==+==+==+==+== [[ Attention Please 2 ]] ==+==+==+==+==
สี่โมง สิบห้านาที
…แคร่ก แคร่ก แคร่ก…เสียงที่เหมือนจะแซะกระจกห้องสภาฯมากกว่าขัดทำความสะอาดดังต่อเนื่องจนจินที่มาช่วยขัดอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยยังต้องเอียงคอปวดหัว มองหน้าสวยๆที่ตั้งหน้าตั้งตามุ่ยมาตั้งแต่บ่ายแล้วก็ถอนใจ
“ฉันช่วยนายทำแต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยินดีจ่ายค่าซ่อมกระจกด้วยนะฮิโรกิ”
“ไม่ต้องมาพูดดีเลย นายน่ะไม่เคยช่วยอะไรได้ซักอย่าง” ฮิโรกิย้อนฉุนเฉียวแทบจะไม่ชายตามองให้จินรู้สึกเหมือนโดนเด็กงอนเอาโทษฐานที่ขัดใจข้อหาปฏิเสธที่จะไปค้างเป็นเพื่อน ด้วยเหตุผลว่าคืนนี้จินมีงานถ่ายแบบขึ้นมาพอดี เห็นหน้าหล่อทำตัวโตไปวันๆอย่างนี้ก็เถอะ จินก็เป็นนายแบบนะครับ!! แล้วจินผิดเหรอที่หน้าตาดีแล้วมีงานน่ะ
“เออๆ ผิดเอง แล้วนี่สี่โมงจะครึ่งแล้วยังไม่รีบเก็บของไปอีกรึไง ขัดเสร็จตั้งนานแล้วมานั่งแซะกระจกอยู่ได้” ขี้เกียจจะต่อปากเลยทำเป็นยอมรับผิดเองแล้วถามไปถึงนัดที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่นาที เดี๋ยวเดือดร้อนขึ้นมาจะมาโยนว่าจินไม่ช่วยอีก อุตส่าห์มาช่วยขัดกระจกชดเชย ยังจะมาแดกดันกันนะ -_-“
“ไม่ไป ฉันไม่ได้ตกลงนัดอะไรกับหมอนั่นนี่ เออออเอาเองก็รอเงกไปเถอะ” ตอบออกมามุขนี้ จินจะทำอะไรได้ดีไปกว่าส่ายหน้าหน่ายไปอีกรอบ ไม่อยากจะเอานิ้วชี้ไปที่นอกหน้าต่างเลยอ่ะนะว่าคนที่ฮิโรกิตั้งใจจะให้รอเงกน่ะ มันกอดอกรออยู่ตรงลานจอดรถจักรยาน พิงประตูโรงเรียนจ้องขึ้นมาที่เราสองคนทั้งแต่มาเริ่มทำงานตาเป๋งเลยว่ะ คิดแล้วก็ชักห่วง 6–“– คืนนี้อยู่กันสองคนซะด้วย เกิดมันลุกขึ้นมาเอามีดแทงกันจะทำไง
“ทนๆเอาหน่อยเถอะน่า บางทีการได้อยู่ด้วยกันนายอาจจะมีทางได้แก้แค้นก็ได้” รีบเสนอหนทางใหม่ให้เพื่อนรักได้พิจารณาเพราะเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับสายตาที่จ้องมายังไงอยู่ ไอ้ที่มันทำจ้องเหี้ยมเนี่ย มันจ้องฮิโรกิหรือมันจ้องเราวะ
“แก้แค้นเหรอ คนน่ารักอ่อนแออย่างฉันจะไปทำอะไรคนอย่างนั้นได้” ฮิโรกิบู้ปาก กระฟัดกระเฟียดทำตัวน่ารักตามคำพูดสุดฤทธิ์ให้จินเผลอส่ายหน้าในใจ เออ โคตรน่ารักอ่อนแอเลยว่ะเพื่อนเรา
“ทำได้ก็แล้วกัน” แอบหันมาพูดกับตัวเอง เอาหน้าหล่อๆแทงสามพันเยนเลยว่างานนี้ต้องมีคนบาดเจ็บแน่
“มันไม่เลวร้ายมากนักหรอกฮิโรกิ ฉันว่านิชิกิโด้น่ะก็คงรู้สึกดีๆกับนายไม่น้อยไปกว่าที่นายมีให้หร…”
“ใครว่าฉันรู้สึกดีๆกับหมอนั่น!!!” ยังไม่ทันที่จินจะพูดจบเลย ฮิโรกิก็เถียงขึ้นมาซะแล้ว ดวงตาคู่สวยจ้องจินตาวาวพร้อมปฏิกิริยาเดิมๆ หน้าแดงนำไปก่อนไม่รู้ตัว จินเลิกคิ้วมองอยากจะล้อแต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวมันเอาด้ามที่เช็ดกระจกตีแสกหน้าจินขึ้นมาจะไม่คุ้ม เลยทำเป็นจริงจังซะ
“ตัวนายเองรู้ดีที่สุดฮิโรกิ” จินยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นจิ้มไปที่อกซ้ายของฮิโรกิ และก่อนที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่จะได้อ้าเถียง จินก็รีบพูดต่อ
“ก่อนที่นายจะพูดว่านายรู้สึกยังไง พิสูจน์ซะก่อนว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ตั้งแต่ทะเลาะกันเมื่อหกเจ็ดปีก่อนน่ะ นายยังไม่เคยเปิดใจกับหมอนั่นเลยนะ”
“ไม่เข้าท่าเลย ทำไมฉันต้องมาทำบ้าๆอะไรอย่างนั้นด้วยล่ะ!!” ฮิโรกิฟังแล้วก็โวยวายขึ้นมาอีก หากคราวนี้เสียงโวยวายไม่ได้ดังเท่าเก่า แต่หน้าสิแดงกว่าเก่าเห็นๆ จินมองแล้วก็ถอนใจเบาๆ เลื่อนมือขึ้นไปขยี้ผมนุ่มสวยนั้นเหมือนปลอบเด็ก
“เพื่อตัวนายมั๊งฮิโรกิ” บอกยิ้มๆก่อนจะหันไปคว้าอุปกรณ์ทำความสะอาดมาเก็บ ฮิโรกิได้แต่ยืนมองจินนิ่งๆคิ้วขมวดแทบจะมัดกันเป็นปม ใบหน้าสวยหวานงอง้ำจะเพราะอะไรเจ้าตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ ฮิโรกิรู้แค่ว่าคำตอบของจินมันทำให้จังหวะของหัวใจช่วงหนึ่งสะดุด…เพื่อตัวฉัน??
“เพื่อตัวฉันตรงไหน” เสียงแข็งๆย้อนถามสิ่งที่จินอยากให้ถามออกมาในที่สุด ตาคู่สวยทำเป็นเมินมองที่เช็ดกระจกในมือตัวเองจนจินละอยากจะบอกนักว่าอยากถามก็ถามมาเถอะ อย่ามาทำอายเลย มือใหญ่คว้าเจ้าด้ามเหมาะมือในมือฮิโรกิมาถือไว้ซะเองกันมันเขินแล้วทำเนียนฟาด
“นั่นสิ ลองหาคำตอบดู” อยากให้ถามแต่จินไม่ตอบ ^_^ แถมยังมีหน้าจะมาย้อนถามพร้อมรอยยิ้มอีก ทำให้ฮิโรกิขมวดคิ้วฉับทันที จินยักไหล่ก่อนจะหันหลังถืออุปกรณ์ทำความสะอาดไปเก็บให้โดยโบกมือชี้ไปยังที่ที่จะมีคำตอบให้ฮิโรกิได้ ฮิโรกิมองตามไปยังคนที่กอดอกรอแล้วก็ยิ่งยืนนิ่ง
นายเพื่อนฉันหรือเพื่อนหมอนั่นกันแน่เนี่ยจิน!!!
==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==
เสียงนกร้องยามเย็นกับเมฆที่เริ่มจะมืดครึ้มลงไปทุกทีๆ แทนที่มันจะให้บรรยากาศดีๆแห่งการพักผ่อนหลังเลิกเรียน แต่มันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยแม้แต่น้อยสำหรับคนสองคนที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ตรงลานจอดรถจักรยานริมรั้วโรงเรียน เรียวที่ยินกอดอกรอสีหน้าที่นิ่งสนิทอย่างน่ากลัว นาฬิกาที่ข้อมือเดินเลยผ่านเวลาห้าโมงเย็นมากว่าสิบนาทีแล้ว
“ฉันนัดนายกี่โมงอุจิ” น้ำเสียงเรียบยิงคำถามนิ่งๆทันทีที่ฮิโรกิมาหยุดทำหน้าเบื่ออยู่ตรงหน้าเขา สายตาคมดูดุขึ้นนิดหน่อยกับการที่ฮิโรกิผิดเวลาไปนานขนาดนี้
“ฉันมีงานต้องทำ ไม่อยากจะรอก็กลับไปสิ ฉันไม่ได้ขอร้องนี่” ใบหน้าสวย(แต่งอ)เชิดใส่ บอกจะรอถึงแค่สี่โมงครึ่งแล้วจะยืนรอมาจนป่านนี้เองแล้วจะมาบ่นทำอะไรล่ะ
คำตอบของฮิโรกิทำให้เรียวอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ไอ้การดื้อไม่รู้เหนือรู้ใต้ของฮิโรกินี่มันเหลือเกินจริงๆนะ คิดว่าไม่เห็นหรือไงว่าไปยืนช่วยกันขัดกระจกกับอาคานิชินุ๊งนิ๊ง(???)กันสองคน แล้วไอ้นายแบบนั่นก็เผ่นออกจากโรงเรียนไปตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วด้วย ไอ้ที่นั่งอยู่เฉยๆในห้องเรียนนี่เรียกว่าทำงานงั้นสิ??
“ไม่ต้องพูดมากแล้ว กลับกันซักที” เรียวส่ายหน้าว่าขี้เกียจจะเถียงด้วย ขยับไปปลดล็อคจักรยานแล้วขึ้นขี่ ตั้งท่ารออยู่สองวิไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะให้ขึ้นไปนั่งซ้อนหลังแต่ฮิโรกิกลับทำแค่ปรายตามอง ไม่ขึ้น! แม้จะโดนเพื่อนจินไกด์ไลน์นำทางให้เปิดใจ แต่ไม่รู้เป็นไงพอได้เห็นหน้าเรียว ฮิโรกิก็รู้สึกเหมือนฮอร์โมนการต่อต้านมันจะหลั่งปรี๊ดขึ้นมาได้ทุกวินาที
“ฉันจะเดินกลับ” บอกหน้าเชิดๆทว่าปิดแผนแก้เผ็ดที่เพิ่งคิดมาได้เมื่อกี้สดๆร้อนๆไม่ได้เลยแม้แต่น้อยให้เรียวได้หันกลับมาหรี่ตามอง
ถ้าฉันเดินกลับแล้วนายยังจะขี่จักรยานคนเดียวไปถึงบ้านให้แม่ดุเอาได้ก็เอา ยังไงนายก็ต้องมาเดินเมื่อยกับฉัน ฮ่าๆ ฮิโรกิกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ในขณะที่เรียวส่ายหน้า ให้นั่งซ้อนเป็นเจ้านายก็ไม่เอา คิดอะไรของเค้า 6- -“
“ฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก” เรียวยักไหล่กรอกตามองลมฟ้าอากาศหลังจากที่เหลือบมองอุปกรณ์ที่ฮิโรกิถืออยู่ในมือ แค่กระเป๋าใบเดียวกับข้าวกล่องแถมเมื่อเช้ายังตื่นสายขนาดนั้น คงไม่รู้อะไรดีๆสิ หึๆ
“เดินก็เดินสิ” ว่าแล้วก็ลงจากจักรยานกันง่ายๆ ตามใจกันสุดๆจนน่าแปลกใจ “แน่ใจนะว่าไม่นั่งจริงๆ”
มีการย้อนถามเอาคอนเฟิร์มอีกรอบให้ฮิโรกิเป็นฝ่ายไม่แน่ใจซะเอง แต่ในเมื่อเดินหน้าแล้ว คนอย่างฮิโรกิไม่ถอยหรอก
“แน่” เด็กดื้อทำหน้ามั่นใจพร้อมกับออกก้าวเดิน ถือคตินำไปก่อนถือว่าชนะ เชอะ!
“ก็ดี” เรียวพยักหน้าเข้าใจยิ้มๆ พาให้ฮิโรกิที่เดินนำไปก่อนแล้วชักจะใจไม่ดี ตามใจอีกแล้ว!! คำตอบของเรียวที่ไม่มีการเกี่ยงแบบนี้นี่ทำให้ฮิโรกิใจแป้วยังไงอยู่ คนอย่างเรียวต้องมีแผนอะไรแหง แล้วฟังสิ ไม่มีเสียงฝีเท้าตามมาด้วย
“นายเดินนำไปก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันกางร่มเสร็จจะเดินตามไป” แล้วเรียวยักคิ้วยิ้มมุมปากเฉลยสิ่งที่ฮิโรกิสงสัยแต่ไม่ยอมเสียฟอร์มถาม นับหนึ่งถึงสามในใจแล้วก็เข้าเป้า!! ฮิโรกิหยุดเดินพร้อมกับหันควับ ใบหน้าสวยกระตุกฉุกคิดไปนิดแล้วก็เริ่มรู้สึกว่าการปฏิเสธการนั่งจักรยานเป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่สามของวันเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องดังครืนๆอยู่เหนือหัว แล้วก็มีหยดน้ำใสๆหล่นแหมะมาแปะที่แก้มกันซึ่งๆหน้า เอาแล้วไงฮิโรกิ -_-“
“ขนาดจักรยานฉันนายยังไม่ซ้อน ร่มฉันก็คงไม่เอาด้วยเหมือนกันสินะ” เรียวเอียงคอถามยิ้มๆ และถ้าฮิโรกิตาไม่ฝาดก็รู้สึกเหมือนจะได้เห็นคิ้วเรียวมันยักให้น้อยๆเหมือนเยาะเย้ย ที่เมื่อกี้ไม่ค้านเลยนี่เพราะอย่างนี้ใช่มั๊ย ไม่น่าเชื่อว่าขนาดธรรมชาติก็ยังเข้าข้างเรียว!!
“นาย!!!” ฮิโรกิได้แต่ชี้นิ้วสวยๆมาที่เรียวมือไม้สั่นอย่างแค้นใจให้เรียวได้กลั้นยิ้มจนปวดแก้มทั้งๆที่ยังทำหน้าซื่อ
“เมื่อเช้ามีพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนหลงฤดูน่ะ”
ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องโครมใหญ่และสายฝนที่กำลังเทลงมา
ไม่มีใครรู้ว่าฮิโรกิจะตัดสินใจเช่นไร?????
==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==
“โอ๊ะโอ ฝนตกหนักเลยล่ะฮิมะ” เสียงร้องบอกของหญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงที่มีแววเรียบนิ่งคล้ายๆเด็กหนุ่มบางคนบอกขึ้นหลังจากละมือจากการโทรศัพท์ที่ริมหน้าต่าง ให้หญิงสาวอีกคนที่กำลังลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ลงมาจากชั้นบนต้องเลิกคิ้วมอง
“เอ๋~ งั้นก็แย่สิริกกี้ ฮิโระกับเรียวจังยังไม่กลับมากันเลย” ฮิมะ หรือฮิมาวาริยกมือขึ้นแตะหน้าอย่างกังวล ใบหน้าสวยหวานที่ฮิโรกิถอดเค้าไปเด๊ะๆ ทำครุ่นคิด รู้สึกเหมือนเมื่อตอนเข้าบ้านมาจะเห็นร่มของฮิโรกิยังอยู่ที่บ้านซะด้วย
“ไม่เป็นไรหรอกมั๊ง เรียวน่ะดูและฮิโระจังได้หรอก” ริกกี้ หรือริคาโกะบอกสบายๆพลางสาวเท้าเข้าไปหาฮิมาวาริทันทีที่เห็นว่าฮิมาวาริยกอะไรลงมาจากชั้นบน
“แล้วจะแบกลงมาเองทำไมฮิมะ ฉันบอกแล้วนี่ว่าเดี๋ยวจะขึ้นไปเอาลงมาให้เองน่ะ” ไม่ดุเปล่า มือหนึ่งคว้าเอากระเป๋าใบใหญ่มาถือเสมือนมันเบาเดินลงบันไดฉับๆพร้อมกับอีกมือหนึ่งก็คว้าเอาข้อมือบางให้เดินลงมาตามกัน ฮิมาวาริเอียงคอมองริคาโกะยิ้มๆ
“ก็ฉันเห็นริกกี้ยุ่งๆเรื่องตั๋วกับโทรเรียกรถนี่นา เลยคิดว่าจะช่วยน่ะ” ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากฮิโรกิเลยแม้แต่น้อยในสายตาของริคาโกะ ผู้เป็นแม่ของเรียวหัวเราะกับท่าทางที่อยากจะช่วยจริงๆนั้นอย่างเอ็นดู เอาเถอะๆ
“ว่าแต่พวกฮิโระช้าจังเลยนะ เดี๋ยวก็มาไม่ทันเราออกไปพอดี” ฮิมาวาริที่นั่งลงกับโซฟาตามที่ริคาโกะกดไหล่ให้นั่งอดไม่ได้ที่จะบ่นถึงลูกชายสุดที่รักเมื่อมองไปยังนาฬิกาแล้วเห็นว่านี่ก็จะหกโมงเย็นแล้ว ริคาโกะที่เหลือบมองตามพยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสิ หรือว่าจะทะเลาะกันกลางทางไปแล้ว” ยักไหล่อย่างที่เรียวชอบทำเหมือนกันเป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน ใช่ว่าต่อหน้าเด็กสองคนนั้นจะทำเป็นเพื่อนกันแล้วคนเป็นแม่จะดูไม่รู้นี่ว่าลับหลังน่ะตีกันจะตายแล้ว
“ทำไมถึงได้ชอบทะเลาะกันนักก็ไม่รู้นะ” ว่าแล้วฮิมาวาริก็เอามือขึ้นแปะหน้าอีกทีให้รู้ว่ากังวล เห็นอย่างนั้นริคาโกะก็เอื้อมมือไปเอาออกให้ อย่าทำบ่อยนักเลยมันน่ารักเกินไป ถึงทั้งคู่จะมีลูกโตขนาดนี้แล้วแต่ถ้าเดินไปด้วยกันทีไรก็มีแต่คนไม่เชื่อว่ามีลูกแล้วทุกทีแหละ ยิ่งริคาโกะที่ออกจะห้าวๆด้วยแล้วยิ่งดูเหมือนจะเป็นแฟนฮิมาวาริมากกว่าเพื่อนไปกันใหญ่
“เพราะไอ้ลูกฉันแหละที่ชอบแกล้งฮิโระจังน่ะ” ส่ายหน้าหน่ายลูกชายตัวเองไปเป็นพัก ไม่ใช่ว่ารักเรียวน้อยกว่าหรอก แค่ฮิโระจังน่ารักกว่าเท่านั้นเอง
“ริกกี้น่ะ โอ๋แต่ฮิโระไม่ได้นะ” ฮิมาวาริก็แย้งขึ้นในทันทีเช่นกัน เรียวจังน่ะออกจะเป็นเด็กดี ริกกี้ล่ะชอบมองว่าเรียวจังแกล้งฮิโระเรื่อยเลย
“จ้าๆ ฉันไม่ว่าเจ้าเรียวก็ได้ ว่าแต่…ถ้าหกโมงครึ่งแล้วยังไม่มากันก็ต้องไปแล้วนะ รอไม่ได้หรอก” ริคาโกะบอกกำหนดการให้รู้ พอได้ฟังอย่างนั้น ไม่ให้เอามือแปะหน้าฮิมาวาริเลยเอียงคอกลุ้มซะแทน ริคาโกะละอยากจะเหนื่อยใจ คนมันจะน่ารัก มุมไหนก็น่ารักว่างั้นเถอะ
“เหรอ…ทำไงดีล่ะ ฉันยังไม่ได้บอกกับฮิโระเลยว่าจะไปเที่ยวเดี๋ยวก็งอนอีก” จะโทรไปบอกฮิโรกิก็ดันลืมมือถือเอาไว้ในห้องซะอย่างนั้น
“เจ้าเรียวบอกให้แล้วล่ะ ช่วยไม่ได้นี่นาที่เรื่องมันปุบปับ ไม่ไปวันนี้คงอีกนานกว่าจะมีโอกาสอีก”
“นั่นน่ะสินะ หวังว่าเรียวจังคงทำให้ฮิโรกิหายงอนได้อยู่หรอกนะ” นอกจากจะหน้าตาดียังมองหลานในแง่ดีซะไม่มีล่ะ ริคาโกะยักไหล่ไม่ว่าไง เพียงแต่หัวเราะหึในใจ
นิสัยไอ้ลูกชายฉันน่ะ นอกจากจะไม่ทำให้ฮิโระจังหายงอนแล้วยังมีแต่ทำให้ฮิโระจังแค้นหนักกว่าเดิมน่ะสิ ฮิมะ -__-“
==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==
ท่ามกลางสายฝนหลงฤดูที่โปรยปรายคล้ายจะแกล้งคนสองคนเดินอยู่ในร่มคันเดียวกัน เรียวที่ต้องทั้งกางร่มและพยุงฮิโรกิที่เดินกระย่องกระแย่งละอยากจะมีมือที่สามมาก่ายหน้าผากนัก ให้มันได้อย่างนี้สิ
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
‘นี่ นั่งดีๆได้มั๊ย’
‘เอ๊ะ ฉันกางร่มต้านฝนมันต้องทรงตัวนะ!!’
‘ฉันขี่จักรยานพานายต้านฝนก็ต้องทรงตัวเหมือนกันนั่นล่ะ อุจิ!! ร่มมันจะทิ่มตาฉัน!!’
‘อะไร!! นายก็นั่งดีๆสิ’
‘นายนั่นล่ะ เลิกดิ้นซ้ายดิ้นขวาซะที!!’
‘เป็นคนขี่ก็ขี่ไป อย่าพูดมาก นี่แน่ะ’
‘เฮ้ย!!!’
-_________________________-“
ไม่รู้จะโทษใครเลย นอกจากจะแหย่กันจนได้เรื่องขี่รถเสียหลักไปทิ่มท่อระบายน้ำให้หน้าแข้งฮิโรกิไปกระแทกเสาไฟฟ้าข้างๆท่อแล้ว ตอนนี้ก็ยังต้องมาเดินพยุงจะเปียกแหล่ไม่เปียกแหล่อยู่ในร่มคันเดียวกันเนี่ย
“กางดีๆได้มั๊ย มันเปียกเนี่ย” แล้วจอมโวยวายก็ตั้งท่าบ่นขึ้นมาอีก ให้เรียวได้เหลือบมองร่ม ร่มก็มีอยู่แค่นี้แล้วจะให้เรียวยืนตรงไหน
“ร่มคันเท่าเมี่ยงผู้ชายสองคนยืนด้วยกันมันจะไปพอได้ยังไง ถ้าไม่อยากจะเปียกก็เบียดเข้ามา”
“ทำไมฉันต้องมาเบียดกับนายด้วยเนี่ย เพราะนายขี่ไม่ดูทางนั่นแหละ” ยังจะมาแอบเถียงให้เรียวต้องยกมือเกาหู เออ ผิดอีก -”- ร่มก็ร่มเรียว เหวี่ยงทิ้งซะดีมั๊ยจะได้ไม่ต้องเบียดกัน
“ไม่น่าโดนที่หน้าแข้งเลยนะ มันน่าจะโดนที่ปากจะได้พูดไม่ได้” เรียวปรายตาดุๆใส่ ดีด้วยแล้วได้ใจเดี๋ยวร้ายใส่อย่ามาร้องนะ ฮิโรกิเห็นอย่างนั้นก็ทำปากยื่น เชิดหน้าหนี เดินเงียบๆก็ได้ อีกสองบล็อคถึงบ้านจะฟ้องน้าริกกี้เลย จอมโวยวายได้แต่ทำปากขมุบขมิบบ่นนั่นบ่นนี้ไปเรื่อยเปื่อย เรียวมองแล้วก็ไม่รู้จะเซ็งดีหรือจะขำดี คนอะไรเอาแต่ใจเหมือนแมวชะมัด
แล้วความหวังที่จะฟ้องริคาโกะของฮิโรกิก็เป็นอันต้องฝันสลายเมื่อสองคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านอุจิในเวลาหนึ่งทุ่มแล้วบ้านมืดสนิท เรียวที่รู้ตารางการเดินทางของแม่อยู่แล้วไม่ได้แสดงทีท่าอะไรออกมาผิดกับอีกคนที่สีหน้าบอกว่าผิดหวังชัดเจน แม่!!!
“ทำไมบ้านมันมืดงี้อ่ะ!!”
“ก็เค้าไปกันหมดแล้วน่ะสิไม่น่าถาม” เรียวตอบง่ายๆให้ฮิโรกิได้ถลึงตาใส่ เรื่องนั้นฉันก็รู้เฟ้ย!!
“ทำไมแม่ไปไม่บอกฉันอ่ะ ทำไมแม่ทำกับฉันอย่างงี้อ่ะ” ค้อนใส่เรียวเสร็จก็มาคร่ำครวญต่อให้เรียวส่ายหน้า เอาซักอย่างเถอะพ่อคุณ เพราะใครล่ะเล่นตัวกลับช้าจนได้เรื่องน่ะ
“เข้าบ้านก่อนแล้วค่อยมาโวยวาย ฉันว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่แม่นายจะไปไม่บอกน่ะ” ขนาดร่มยังลืม นับประสาอะไรที่เครื่องมือสื่อสารฮิโรกิจะลืมไม่ได้ พนันได้เลยว่าเปิดประตูเข้าบ้านไป อย่างนึงที่จะวางอยู่บนโต๊ะกับข้าวต้องมีจดหมายยาวสามหน้ากระดาษเป็นข้อความฝากฝังฮิโรกิเอาไว้กับเรียวจากฮิมาวาริแน่นอน
“แล้วทำไมฉันจะต้องอยู่ในความดูแลของนายด้วยเนี่ย!!!!!” แล้วก็เป็นจริงดังว่า หลังจากที่เข้าไปในบ้านฮิโรกิก็ถลากระโดดกิงก่องแก้วเข้าไปในครัวก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เพราะกับข้าวที่วางน่ากินอยู่บนโต๊ะหรอก แต่เพราะรู้เหมือนๆเรียวนั่นแหละว่าแม่ตัวเองจะต้องทิ้งข้อความเอาไว้ให้ แล้วพออ่านจบก็เป็นเรื่องเลยไง
“ก็เพราะรู้ว่านายดูแลตัวเองไม่ได้ไง” เรียวที่เดินตามมาทีหลังกอดอกพิงประตูห้องครัวตอบพลางยักไหล่ นี่ถ้าซื้อลอตเตอร์รี่ก็ถูกไปแล้วนะเนี่ย
“ตรงไหน!!!!” เด็กดื้อเถียงฉับเข้าให้ทันทีแบบไม่ต้องคิด หน้าฮิโรกิเวลาอยู่กับเรียวน่ะไม่เคยจะสวยน่ารักอย่างที่ริคาโกะชอบชมหรอก มีแต่จะบู้บี้ใส่ตลอด เรียวฟังแล้วก็ถอนใจ ถามแบบนี้ตอบตรงๆได้มั๊ยล่ะ
“ตรงที่นายตื่นสายออกจากบ้านไม่ทันทั้งๆที่แม่นายคงปลุกแล้ว แถมยังลืมร่มทั้งๆที่มีโน้ตแปะเตือนไว้ที่หน้าประตู แล้ววันนี้ก็งอแงจนกลับมาไม่ทัน ก่อเรื่องจนจักรยานพังแถมฉันต้องหิ้วนายกลับ แล้วถ้าให้เดาล่ะก็นายควรจะได้รู้จากปากน้าฮิมะตั้งแต่เมื่อสายๆแล้วล่ะถึงเรื่องที่จะไปเที่ยวกับแม่ฉันกะทันหันถ้านายไม่ลืมเอามือถือไป แล้วไม่ต้องมาโวยนะว่าทำไมแม่ไม่โทรเข้าเครื่องฉันก่อนจะออกจากบ้าน ฉันปิดมือถือตั้งแต่กางร่มแล้ว”
ตอบให้ครบถ้วนสมบูรณ์ขนาดนี้แล้วถ้าฮิโรกิยังจะหาที่เถียงได้เรียวก็ว่าฮิโรกิข้างๆคูๆแล้วล่ะ ฮิโรกิได้ฟังอย่างนั้นก็อมลมใส่แก้ม เพราะหาที่เถียงไม่ได้จริงๆ ตาคู่สวยสะท้อนแววสลดมาวูบหนึ่งเหมือนเด็กถูกแม่ทิ้งจนเรียวต้องเดินเกาหัวไปเปิดประตูตู้เย็น หยิบน้ำแข็งออกมาได้ก็เอาห่อกับผ้าเช็ดหน้าตัวเองแล้วเดินมายื่นให้
“เอ้า ประคบซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เขียวไปเพื่อนนายจะได้ว่าฉันทำมิดีมิร้ายนายพอดี”
“ไม่เอา” ฮิโรกิบอกปัดแก้มปูด คนอยู่ในอารมณ์สลดอย่ามากวนใจน่ะ
เรียวเลิกคิ้วมองแล้วก็ตัดสินใจนั่งยองลงไปตรงหน้าหน้าแข้งของฮิโรกิ ถลกขากางเกงขึ้น “หยุดดื้อซักนาทีไม่ได้รึไง”
“โอ๊ย!!!!” แล้วคนที่โดนน้ำแข็งเย็นจิ้มจึ้กเข้าไปที่หน้าแข้งแดงๆก็ร้องจ๊ากออกมาอย่างตกใจ ฮิโรกิจะหดเท้าหนีแต่ช้ากว่ามือเรียวที่เอื้อมมายึดไว้ จัดแจงผูกผ้าเช็ดหน้าห่อน้ำแข็งมัดติดกับขาฮิโรกิให้เสร็จสรรพแล้วถึงได้ลุกมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฮิโรกิ หยิบจานกับข้าวมาเปิดไม่สนสายตาเจ้าของบ้าน
“ประคบไว้ซักครึ่งชั่วโมงนั่นล่ะ แล้วถ้าสลดจนกินไม่ลง ก็ยกโควต้าของนายให้ฉันก็ได้” บอกหน้าตาเฉยจนฮิโรกิที่ทำสลดไปได้สามวิต้องหันกลับมาคว้าจานกับข้าวในมือเรียวไปถือไว้เอง ว่าไงนะ!!!
“แม่ให้นายดูแล้วฉันแล้วจะมาแย่งฉันกินได้ไง!!! อย่ามามั่วนะ!!!” ทำปากยื่นใส่จนเรียวละอยากจะเอาตะเกียบไปหนีบนัก นั่งเท้าคางเฉยๆมองฮิโรกิแกะกับข้าวแล้วคีบแบ่งหมูทอดให้สามชิ้น ยุติธรรมสุดๆ เริ่มไม่แน่ใจว่าที่แม่ฝากให้มาดูแลคนตรงหน้าเนี่ยแกล้งกันรึเปล่า ฮิโรกิเหลือบมองเรียว ก้มลงมองผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มที่พันอยู่ที่ขาตัวเองแล้วก็ขมวดคิ้วคิดไปนิดหน่อย
“เอ้า!! ไข่หวานอีกชิ้นก็ได้” คีบยื่นให้เหมือนจะจำใจไปตรงหน้า เรียวเงยหน้าขึ้นมองคนที่ใจดีผิดวิสัยแล้วก็อมยิ้มมุมปากที่เห็นแววเขินเล็กๆในแววตาที่ไม่เคยจะปิดอะไรมิดของฮิโรกิ จะขอบคุณยังฟอร์มอีกนะ
“ก็ยังดี” ยักไหล่ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วคีบรับ เห็นแล้วฮิโรกิละอยากจะคีบคืนนัก ดีใจได้กับข้าวเพิ่มแล้วยังจะฟอร์มอีก
….แล้วบรรยากาศในการกินข้าว…ต่างคนก็ต่างกินเหมือนอย่างทุกที ^_^
==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==
บรรยากาศความสงบมีได้ไม่นานเท่าไหร่นัก ตอนนี้ความวุ่นวายก็กำลังตั้งเค้าขึ้นในห้องนอนของฮิโรกิ เรียวที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินเช็ดผมเข้ามาในห้องแล้วก็ถึงกับยืนนิ่งไปกับฟูกนอนที่ถูกวางกอง(แบบไม่ปูให้) อยู่อีกริมฝั่งแทบจะเรียกว่าคนละซีกโลกกับเตียงกว้างของฮิโรกิ แถมตอนนี้เจ้าของห้องยังกำลังนั่งแปะเทปกาวแบ่งเขตให้อีกต่างหาก เรื่องยุติธรรมน่ะไม่ต้องพูดถึงหรอก เห็นๆอยู่ว่าแบ่งแบบหนึ่งต่อสี่ กะว่าพอให้นอนดิ้นแบบสองสเต็ปว่างั้น -_-”
“ทำอะไรของนายน่ะ” คนในชุดนอนสีน้ำเงินถามทั้งๆที่รู้ดีอยู่ว่าอีกคนมีเจตนาอย่างไร แต่เห็นแล้วมันอดไม่ได้นี่
“ทำเขตส่วนตัว นายกับฉันจะได้ไม่ต้องมายุ่งกัน” ร่างโปร่งบางในชุดนอนลายทางสีชมพูสลับขาวหันมาบอกให้เรียวได้ถอนใจ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ตกลงว่าเรามาดูแลเด็กอนุบาลรึเปล่า
“แล้วถ้าฉันไม่นอนในเขตฉันล่ะ?” หางตาตกๆเหมือนจะยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเท้าเอวถามคำถามนี้ออกไป ฮิโรกิกรอกตามองเรียวไปมาแล้วก็ขู่
“นายโดนดีแน่!!” แยกเขี้ยวใส่กะว่าน่ากลัวเต็มที่ เรียวละอยากจะไปหาปากกามาวาดขีดๆสามสี่ขีดที่หางตาตัวเองแล้วเพิ่มเหงื่อเข้าไปอีกหนึ่งหยด น่ากลัวจริงๆ -_-“
“เหรอ…ยังไง???” นอกจากจะไม่กลัวแล้วยังเดินเข้าไปในอุจิแลนด์ให้รู้ว่ากล้าลองของอีกอีกต่างหาก ฮิโรกิมองคนที่เดินมานั่งแปะบนเตียงตัวเองตาโต ชี้หน้าอ้าปากค้าง
“ฉันไม่ใช่ผีนี่ที่จะได้เอาสายสิญจน์มาล้อมแล้วเข้าไม่ได้น่ะ” ยักไหล่บอกยิ้มมุมปากพร้อมกับตั้งท่าจะล้มตัวลงไปนอนกันง่ายๆบนที่นอนอันนุ่มสบาย เตียงหลังเท่าบ้านขนาดนี้เอาไอ้อาคานิชินายแบบมานอนเรียงกันสามคนยังได้เลย แต่ยังไม่ทันได้นอนดีๆหรอก มือนิ่มๆก็ตรงเข้าฉุดให้ลุกซะแล้ว
“ลุกนะเฟ้ย!!! นี่มันเขตฉัน!!!” ใบหน้าสวยเอาจริงเอาจังสุดฤทธิ์ แต่ให้ดึงให้ตายเรียวก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย อันที่จริงก็ไม่ได้อยากนอนนักหนาหรอก แต่เห็นฮิโรกิจริงจังเรียวเลยช่วยเน้น เน้นแบบช่วยดึงน่ะ -_,-
“ว๊ากกกกก” แล้วเลยกลายเป็นคนดึงโดนดึงไปแทน ร่างโปร่งบางดิ้นปั๊ดๆเมื่อรู้สึกตัวว่าจะเสียหลักไม่คิดว่าเรียวจะเล่นมุขนี้ ยิ่งออกแรงดึงกลับเรียวก็ยิ่งดึงตอบ ลงท้ายเลยกลายเป็นแข่งกันดึงไปซะงั้น -_-“ เอาสิ วันนี้ฉันต้องชนะนายให้ได้ซักเรื่อง นิชิกิโด้!!!
ฉันต้องชนะ!!!
ก็ดึงไปสิ
อย่ามาดึงฉันนะ!!!
เปล่าเลย
โอ๊ย ทำไมถึงได้แรงเยอะ!!!
ยังไม่ได้ขยับเลยซักนิดเดียว
ดูเหมือนการแข่งขันครั้งนี้เรียวจะไม่ได้ออกแรงซักเท่าไหร่ มีแต่คนที่เผลอจริงจังเล่นอยู่คนเดียวนั่นล่ะ เรียวมองหน้าคนที่พยายามดึงเขาเข้าหาตัวเองยิ้มๆ รู้ตัวมั๊ยเนี่ยว่าตอนนี้เข้าใกล้กันไปถึงไหนแล้ว เรียวน่ะเลิกขยับแล้วนั่งมองหน้าฮิโรกิที่ตั้งหน้าตั้งตาสู้อยู่คนเดียวมานานแล้ว คนในชุดนอนสีน้ำเงินยิ้มมุมปากหน่อยๆปล่อยให้ฮิโรกิได้ดึงเล่นให้พอใจอีกสองสามรอบก่อนที่จะรวบรวมแรงกระตุกแขนเรียวเล็กเข้ามาหาตัว คนไม่ทันระวังเบิกตากว้างถลันเข้าหาอกของเรียวที่รองรับอย่างตกใจ
“เลิกเล่นได้แล้ว ดึกแล้วนอนดีกว่า” เสียงทุ้มฟังไม่คุ้นหูกระซิบชวนนอนใกล้จนฮิโรกิขนลุก มือเรียวที่กำข้อมือของฮิโรกิแม้จะบีบไม่แน่นแต่กลับทำให้ใบหน้าสวยนิ่วหน้าแปลกๆได้ มือนุ่มดันอกเรียวขืนตัวขึ้นทันที
“ทำ….ทำบ้า…อะ..ไร” น้ำเสียงที่ขึงขังตอนแรกอ่อนแรงลงในตอนท้ายเมื่อดันตัวเองลุกขึ้นมาแล้วติดมือของเรียวที่ขยับเข้ามาโอบเอวเล็กเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ใบหน้าของเรียวที่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงศอกไม่ได้ทำให้เลือดของฮิโรกิสูบฉีดแรงขึ้นได้เท่ากับสายตาของเรียวที่มองมา…สายตาที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว…
…สายตาของเรียวจัง…
“นอนนะ ฮิโระ” เสียงอ่อนๆเบาจนเหมือนจะให้ฮิโรกิเข้าใจไปว่าหูแว่วมากกว่าเอ่ยชวนซ้ำอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยจ้องริมฝีปากของเรียวแทบจะไม่กระพริบ แทบจะไม่หายใจ อะไร???
ติ๊ดติ๊ด….ติ๊ดติ๊ด….
แล้วเสียงที่ปลุกสติของฮิโรกิก็ดังมาจากกระเป๋าของเรียวที่วางอยู่ไม่ไกล ฮิโรกิถือโอกาสที่เรียวเผลอปล่อยมือจากตัวเองผละออกจากเรียวไปยืนซะห่าง หางตาตกๆเบือนไปมองมือถือตัวเองที่สั่นดุ๊กดิ๊กอยู่ในกระเป๋าก่อนจะถอนใจเดินไปรับสายอย่างไม่อยากจะรับนัก แม่!!!
“ว่าไงไอ้เรียว ทำอะไรฮิโระจังรึเปล่า” แค่รับสายเท่านั้นเรียวก็แทบจะอยากยกมือไหว้แม่ตัวเองงามๆสามทีเหลือเกิน อวยพรกันตลอดเลยนะ
“ถึงแล้วเหรอแม่” ลูกชายไม่ตอบแต่เปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน สายตาเหลือบไปมองฮิโรกิที่คลานขึ้นเตียงตัวเองไปนอนคว่ำกางแข้งกางขากางอาณาเขตให้ทั่วเตียงแล้วก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้ เสียงปลายสายตอบรับมาจิ๊จ๊ะเหมือนจะขัดใจที่เรียวตอบไม่ตรงประเด็น
“ถึงแล้วสิไม่งั้นจะโทรมาได้ไง ว่าไงล่ะ อยู่กันดีไม่ได้ตีกันใช่มั๊ย” ริคาโกะยังคงจะถามให้ได้ให้สบายใจ ไม่ได้หรอกนะหลานรักฮิโระจังน่ะ ที่สุดในดวงใจ เรียวฟังแล้วละอยากจะถอนใจเฮือกๆ เมื่อกี้น่ะอุตส่าห์จะได้ชอตดีๆแล้ว แล้วใครล่ะที่มาขัดจังหวะน่ะ
“อุตส่าห์ให้อยู่ด้วยกันได้ตั้งอาทิตย์อย่าทำเสียเรื่องนะไอ้ตัวแสบ เวลามันน้อยลงทุกทีก็รู้ดีนะ” ริคาโกะอดที่จะเอ่ยเตือนเล็กๆไม่ได้ เรียวได้ฟังแล้วก็ถอนใจออกมาเบาๆ สายตายังไม่ละออกมาจากคนที่ยังกางแขนกางขาหามุมเหมาะไม่เลิก แววตาขำๆที่มองฮิโรกิเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะตอบเสียงเบาลง
“ครับ…ผมรู้” ใบหน้าเรียบนิ่งพยักหงึกหงักไปเล็กน้อย รับฟังสิ่งที่ริคาโกะคุยมาอย่างไม่ตอบรับใดๆอีก นานพอที่เรียวจะวางหูแล้วหันกลับมาเห็นเจ้าของห้องจอมโวยนั้นหลับม่อยกระรอกไปซะแล้ว แววตาที่นิ่งขรึมลงไปเล็กน้อยจ้องมองฮิโรกิที่ลงอาคมเตียงตัวเองด้วยการถมหมอนลงไปซะเต็มที่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะขำออกมา เรียวกอดอกยักไหล่มองอย่างพิจารณา นี่กลัวว่าจะโดนแย่งที่นอนขนาดนั้นเลยรึไง
“อุจิ” เสียงเรียบนิ่งลองเอ่ยปากเรียกคนบนเตียงดูไม่เบานักในห้องเงียบๆที่ไร้เสียงโวยวายของฮิโรกิ หากร่างที่นอนคว่ำนิ่งกลับไม่ไหวติงแม้แต่น้อย เรียวหัวเราะในคอเบาๆเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อยแล้วลองเรียกออกมาอีก
“ฮิโรกิ…” เหมือนเดิม ไม่มีการขยับอีกเช่นกันแม้เรียวจะทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างเตียงแล้วก็ตาม ดวงตาคมหรี่ขรึมลงมาอีก มองเสี้ยวหน้าที่โผล่พ้นกลุ่มผมสีน้ำตาลออกมาแล้วความรู้สึกเก่าๆมันก็เหมือนจะไหลวนกลับมาให้เรียวคลี่ยิ้ม ยิ้มที่แววตาไม่ได้ยิ้มออกมาด้วยเลย
“หลับก็ดีแล้ว ดึกแล้วนอนนะ ฮิโระ…” ก้มลงกระซิบบอกแผ่วที่ข้างหูก่อนจะผละลุกขึ้นกลับไปยังที่ของตัวเอง จัดแจงปูที่นอนในเวลาไม่นานนักก็เดินไปดับไฟแทนเจ้าของห้องที่เรียวแน่ใจว่ายังไม่หลับหรอก แต่แกล้งนอนไปอย่างนั้นแหละ เสียงหัวเราะเบาๆในคอดังมาตามลมในห้องที่เงียบสนิทเมื่อเห็นว่าฮิโรกิขยับตัวยุกยิก
เจ้าของห้องในชุดนอนสีชมพูลายทางลืมตาโพลงเกี่ยวผ้าห่มตัวเองไว้แน่น ก็แหงล่ะ ใครจะไปหลับได้ล่ะ
ก็เล่นมาเรียกกันแบบนั้น เล่นมาทำหน้าทำตาแบบนั้น
นายแกล้งฉันอีกแล้ว นิชิกิโด้ เรียว!!
==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==+==