Archive for November, 2009

23
Nov
09

ถือศีลแปด กรรมฐาน

รู้สึุกว่าตัวเองขี้เกียจเขียนบลอกเอามากๆ
คงเพราะว่าไม่มีอะไรตื่นเต้นมากมายในแต่ละวันล่ะค่ะ

ไม่ได้ล่ะ คงต้องพยายามให้มากกว่านี้

ถือศีลแปด กรรมฐาน

เมื่อวันศุกร์ถึงอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปนุ่งขาวห่มขาวถือศีลแปดนั่งเจริญภาวนาที่วัดอัมพวันมาล่ะค่ะ

พูดตามตรงเลยนะคะ ทีแรกเราไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ (ความอยากไปมีน้อยกว่าความไม่อยากน่ะค่ะ) คงเพราะเราเป็นประเภททนอะไรไม่ได้นานค่ะ ก็รู้ว่าไม่ดีเลยที่รู้สึกแบบนี้ แต่ก็ต้องยอมรับความจริง (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ไปจนได้เพราะคุณหนุ่ยขอให้ไปด้วยกัน อีกอย่างในใจส่วนลึกก็คิดว่า นานๆครั้งจะได้ทำจิตใจทำตัวดีสักที ต้องทนให้ได้สิ ก็เลยตัดสินใจ เอาไงเอากัน

แน่นอนถ้าถามว่าสนุกมั๊ย? ตอบได้เลยว่าไม่สนุก (แหงล่ะ)
ชอบมั๊ย? ไม่ชอบ
อึดอัดมั๊ย? อึดอัด
ดีมั๊ย? ดีค่ะ

อย่างว่าล่ะค่ะ การทำใจรักษากายให้บริสุทธิ์ มันยากจริงๆ แล้วก็ต้องต่ิอสู้กับตัวเองอย่างมากด้วย ซึ่งผู้ปฎิบัติใหม่อย่างเราก็ยอมรับเต็มปากว่าเราแพ้ตัวเองไปหลายครั้ง ภายในวันเดียวก็ท้อแท้ก็หลายหน แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี เราคงไม่สามารถพูดได้ว่าเรา “สำเร็จ” และ “รู้” ตามที่ครูอาจารย์สอนให้ในสามวันที่ผ่านมา แต่ก็ทำให้ได้ “คิด” และ “พิจารณา” อะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น “อดทน” และ “ทำได้” ในสิ่งที่คิดว่าไม่น่าจะผ่านมาได้ ก็ทำให้รู้สึกดีกับตัวเองค่ะ

ตลกนิดนึง คุณหนุ่ยเห็นเราบ่นว่าไม่ไหวแล้วตอนที่เจ้าหน้าที่จะให้จงกรมและกรรมฐานรอบสอง (ประมาณชั่วโมงครึ่ง) หลังจากที่เพิ่งเสร็จจากนั่งรอบแรกมาหมาดๆ แกก็คิดในใจว่าเราคงเลิกแล้วไปนั่งพิงผนังห้องเหมือนเด็กๆ วัยรุ่นคนอื่นๆ แต่สุดท้ายเราก็อดทนกับตัวเองต่อไปได้จนสุดทาง (แม้จะหลุดหลับสมาธิบ้างก็ตาม -_-”) พอคุณหนุ่ยเห็นเรารอดมาได้ แกก็แปลกใจมากถึงมากที่สุด ฟังเสียงตอนแกเปรยเหมือนไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะทนได้แล้วก็ขำ

ยังไงดีล่ะคะ ถึงลูกสาวคุณหนุ่ยจะเป็นพวกบ่นนั่นบ่นนี่ ดูเหมือนไม่ค่อยอินังขังขอบกับชีวิต แต่เราก็เป็นพวกไม่ชอบแพ้ใครเหมือนกันนะคะ คือ…เอาจริงๆแล้วไม่อยากแพ้เด็กที่ไปนั่งพิงกำแพงน่ะค่ะ เมื่อยก็เมื่อย แต่ไม่เอาค่ะ ไม่ยอม นิสัยไม่ดีเลยนะคะ (หัวเราะ)

อ้อ…อีกเรื่อง…เจ้าหน้าที่อาจารย์ที่ฝึกให้บอกว่า ระหว่างกรรมฐาน บางคนอาจจะระลึกถึงกรรมที่เคยทำในชีวิตที่ผ่านมาแล้วอาจจะทุกข์ หรือทรมานขอให้ตั้งใจพิจารณาเพื่อรู้และแก้ไข แต่เราเป็นคนนึงที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้เข้ามาในความรู้สึกเลยค่ะ นอกจาก เมื่อยหนอ ปวดหนอ ง่วงหนอ หลับหนอ หิวหนอ (โถ…) พอจะมีเรื่องที่ผ่านมาในชีวิตเข้ามาในสมาธิบ้่างกลับเป็นเรื่องที่มีความสุขไปซะอย่างนั้นค่ะ ก็น่าแปลก ลองวิเคราะห์ตัวเองคิดได้สองอย่างค่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคนรักความสนุกสบายมากเกินไปจนหลงลืมกรรมที่ผ่านมา ก็อาจจะเป็นเพราะเราอยากจะคิดถึงเรื่องที่มีความสุขมากกว่าก็เป็นได้ค่ะ ที่จริงแล้วจะมีความสุขหรือมีความทุกข์ก็ขึ้นอยู่กับใจเราคิดจริงๆเนอะคะ ^^

ถ้่ามีโอกาสก็อยากให้ลองไปดูกันสักครั้งค่ะ ไม่สนุก ไม่สะดวกสบาย ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง แต่ชีวิตคนเรา สุดท้ายแล้วที่ต้องการอะไร ความสงบและความสบายใจใช่ไหม? หาโอกาสทำให้ตัวเองสบายใจโดยไม่มีห่วงใดๆ ได้สักครั้งในชีวิตย่อมเป็นเรื่องดีนะคะ ^^

หนาว

ก่อนออกจากบ้านยังไม่หนาว แต่พอไปที่วัดหนาวมากๆ หนาวลมเสียด้วย ดีที่พกเสื้อแขนยาวไป แต่ก็ยังหนาวขนลุก หนาวทั้งวัน คิดว่ากลับมากรุงเทพคงไม่หนาวเท่าไหร่ ที่ไหนได้ หนาวอยู่ดี =_=”

อย่างที่บอกว่าเราไม่ชอบอากาศหนาวค่ะ ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม มันทำให้อุ่นยากมาก ในขณะืที่ถ้าร้อนมันรำคาญก็จริงแต่มันก็ยังทำให้เย็นได้ ตอนนี้พออากาศเย็นเลยเลยทรมานจริงๆ มันไม่อยากจะขยับตัว จะจำศีลท่าเดียว (หัวเราะ) ตอนนี้ก็กำลังคิดจะหนีไปหาคุณผ้าห่มแหละค่ะ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี ฮือ ลำบากชีวิต

ไม่รู้จะหนาวได้นานขนาดไหนนะคะรอบนี้ แต่ถ้าหนาวไปถึงปีใหม่ สงสัยเราคงไม่ได้ผอมล่ะค่ะ ขอเก็บไขมันไว้เป็นเครื่องกันหนาวก่อนแล้วกัน (หัวเราะตายไปแล้ว)

2012

อยากดูแต่ยังไม่ได้ไปดู (เพราะเอาเข้าจริงก็กลัวเหมือนกัน) คนที่ไปดูมาแล้วก็บอกว่าดี แต่อย่าคาดหวัง ตอนนี้เลยคิดว่ารอมาฉายในทรูแล้วกัน (หัวเราะ)

เคยคิดมั๊ยคะว่าถ้าถึงวันนั้น วันที่โลกจะวุ่นวายไม่ว่าจะด้วยภัยธรรมชาติ สงคราม หรือไม่แต่ไวรัสซอมบี้ระบาดก็ตาม จะทำยังไง?

เราเคยคิดแบบเด็กๆ จะหนีไปกับครอบครัวของเรา เอาให้ถึงที่สุด ยังไงก็จะหนีให้รอด แต่พอโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่แล้ว ได้ดูหนังหลายๆเรื่อง ความคิดเราก็เปลี่ยนไปค่ะ เรามักจะบอกเพื่อนๆเสมอ ถ้ามันจะเป็นอย่างนั้นจริง เราขอเป็นคนหมู่มากแล้วกัน (หัวเราะ) ขอตายแรกๆ ไม่รอดดีกว่าค่ะ

ไม่คิดบ้างเหรอคะว่าคนที่อยู่รอดคือคนที่ทุกข์ ไหนจะต้องตะเกียกตะกายเอาชีวิตให้รอด ไหนจะห่วงคนที่เรารักครอบครัวของเรา ไหนจะต้องพบเจอกับความเศร้าที่ถาโถมเข้ามาเพราะรอบตัวมีแต่คนตายเต็มไปหมด จะว่าเห็นแก่ตัวก็ช่างเถอะค่ะ แต่ถ้าเราต้องได้เิผชิญกัีบสภาพนั้น เรายอมที่จะเป็นคนหมู่มากเสียดีกว่า

เราคงทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับความทรงจำิัอันเลวร้ายกับชีวิตที่เหลืออยู่

เพราะงั้นถ้ามีไวรัสซอมบี้ระบาดหรืออะไร ไม่ต้องช่วยเรานะคะ ปล่อยเราตายไปเลยค่ะ เรายอม (ฮา)

อิโจ

ปล. ไม่ชอบหน้าหนาว แต่ชอบเทศกาลล่ะค่ะ ดูคึกครื้นดีเนอะ ^^

06
Nov
09

นอนน้อย

ไม่ใช่ว่ายุ่งอะไรนักหนาถึงไม่ได้นอนหรอกค่ะ
แต่ว่า…ไอ้ปัง…ติดเกม! =_=

Plants vs. Zombies

เกมค่าย popcap ที่ได้มาเพราะพี่อ. เอาใส่ไดรฟ์มาประเคนถึงบ้าน เยี่ยม -*- เกมอะไรก็ไม่รู้ เนิบๆ ช้าๆ น่ารำคาญ แต่ไอ้ปังติดถึงขั้นนั่งเล่นยันตีสองมาสองวันติดแล้ว แน่นอนว่าเล่นขนาดนี้ย่อมเคลียร์จบเกมเรียบร้อยสวยงาม (พร้อมความง่วงงุน) แต่ดันมีมินิเกมให้เล่นอีกเพียบ (เพราะเึคลียร์ด่านหมด มินิเกมเลยปลดล็อกออกมาอื้อ) ว่าจะเว้นวรรค ไม่เล่น ไม่งั้นไม่ได้นอนกันพอดี

FB Game

แหะ นี่ก็เล่นอีกหลายเกมทีเดียว ไม่เล่นอันโน้น ก็มีอันนี้ให้เล่น โทษพี่ว. เอามาให้เค้าติดทำม้ายยยย โกรธ

FULLMETAL ALCHEMIST

ตั้งใจว่าจะงดเล่นเกม พอไม่มีอะไรเล่นเมื่อวานเลยกะจะขึ้นไปนอนเร็วๆ ปรากฏว่า ไอ้ปลื้มดันยืมการ์ตูนมา ก็ต้องรีบอ่านก่อนมันไปคืน สุดท้ายไอ้ปังก็นอนตีสองอีกแล้ว =_= ร่ำๆจะหลับคาการ์ตูนแล้วเหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ (?) เลยสู้ตาย (เพื่อ?) ตกลงว่าไอ้ปังกลายเป็นโอตาคุไปสมบูรณ์แบบแล้วใช่ไหมคะ งื่อ?

อยากเปลี่ยนแว่น

ที่ถูกคือควรเปลี่ยนเลนส์ เพราะแว่นไม่ได้มีึความผิดอันใด (หัวเราะ) และก็ไม่ใช่ว่าอันที่ใช้อยู่นี้จะแย่ ขาเดี้ยง พิการ เหมือนอันก่อนหน้า แต่ที่อยากเปลี่ยนตัวแว่นด้วย เพราะมันซ้ำกับของคุณหนุ่ย (งื่อ)

เรื่องของเรื่อง เราเป็นคนนำเทรนนี้เข้าบ้าน แว่นกรอบหนาพลาสติกสีดำเข้ม ของเราซื้อของ มคปล. กรอบละตั้ง 4000 เชียวนะ (ตอนนั้นยังมีเงิน ฮือ) ตอนแรกๆ คุณหนุ่ยก็บ่นว่าแปลก แว่นหนาๆ เหมือนเด็กไม่เต็มเต็ง (ก็ใช่อ่ะนะ ฮา) แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน แว่นสายตายาวของคุณหนุ่ยก็ถูกเปลี่ยนสไตล์มาเป็นแบบเดียวกันซะงั้น (แล้วบ่นว่าแปลกทำไมค้า?) แถมไม่ได้มีอันเดียว มีตั้ง 2-3 อัน เพราะคุณหนุ่ยชอบซื้อแว่นสำเร็จจากตลาดนั้นมาใส่เอง พอมันถูก เลยซื้อใหม่ง่ายแบบไม่คิดมาก เหตุเพราะหาอันเก่าไม่เจอ (-_-”)

ก็ไม่ใช่ว่าใส่ซ้ำใครไม่ได้หรอกนะ เราก็ใช้ของเรามาจนจะครบปีแล้วไม่เคยมีปัญหาอะไร เพิ่งจะมามีปัญหาตอนช่วงอยู่บ้านเนี่ย เพราะไอ้ปังหยิบแว่นผิดประจำเลยอ่ะค่ะ =_=”

เพราะว่าพออยู่บ้านก็นั่งแต่หน้าคอม บางครั้งก็ไม่ต้องใส่แว่นก็ได้เพราะมันยังไม่หลุดระยะโฟกัส อีกอย่างสบายหน้ากว่าใส่แว่นด้วย ก็เลยถอดวางๆไว้ ซึ่งในบริเวณเดียวกันก็มีแว่น(สำรอง) คุณหนุ่ยวางอยู่ใกล้ๆกัน นั่นแหละค่ะ ปัญหา เพราะถึงจะมองคอมชัด แต่รอบๆตัวมันก็มัวอยู่ดีนิคะ พอจะคว้าแว่นมาใส่ทีไร ได้หยิบผิดทุกทีเพราะความเหมือนและความมัวเนี่ยแหละ -*- แล้วพอหยิบผิดใ่ส่ของคุณหนุ่ยทีไร ไอ้ปังก็จะลายตาพาเวียนหัวทุกทีเพราะแว่นคุณหนุ่ยเป็นแว่นสายตายาว =[]= ทุกวันนี้ก็แก้ปัญหาด้วยการเอาแว่นคาดหัวแทน จะได้ไม่ค้องคว้ามั่วซั่ว ช่วยได้หน่อยนึง

เลยกำลังคิดอยู่ว่า ถ้าได้ฤกษ์เปลี่ยนเลนส์ จะเปลี่ยนแว่นไปด้วยเลยดีมั๊ยน้า คราวนี้จะเอาให้บ้ากว่าเดิม คุณหนุ่ยจะได้ไม่ซื้อตาม (หัวเราะตายไปแล้ว)

ของกิน

งื่อ อยากกินอะไรก็ไม่รู้ รู้สึกว่าช่วงนี้กินอะไรก็ไม่สมอยาก เพราะอาหารที่กินก็วนๆอยู่แต่เดิมๆ เนื่องจากไอ้ปังขี้เกียจไปจ่ายตลาด มีอะไรในตู้เย็นก็โยนๆ ทอดๆ กินมันไปง่ายๆ เป็นแบบนี้มาหลายอาทิตย์ จนวันนี้หงุดหงิดตัวเอง เดินวนในบ้านทั้งวันเพราะไม่รู้ว่าอยากกินอะไร (แทนที่จะไปหาดูนอกบ้านบ้างก็ไม่ไปนะ ขี้เกียจ -_-”) สงสัยต้องปรับระบบตัวเองใหม่ ขี้เกียจเป็นอาชีพแบบนี้คงได้เป็นประสาทซักวัน

เรื่องนี้ เรื่องนั้น คนนั้น

ไม่เกี่ยวกับเราเลยค่ะ แต่อยากบันทึกความรู้สึกของเราเก็บไว้เฉยๆ

เพราะ เรื่องนี้ เราถึงได้เข้าใจ คนนั้น ได้ถ่องแท้มากขึ้น เข้าใจในสิ่งที่เีราไม่เคยมองเห็น หรืออาจเรียกได้ว่ามองข้ามเพราะอะไรหลายๆอย่าง จนพอวันนี้ วันที่เราอยู่ห่างพอจะมองเห็น ถึงได้เข้าใจว่าเพราะอะไร เรื่องนั้น ถึงทำให้เกิดเรื่องราวได้มากมายขนาดนี้

เพราะความอยากเอาชนะของ คนนั้น เท่านั้นเองค่ะ และมันก็เป็นจริงอย่างที่พี่คนนึงเคยบอก ก็แค่เด็ก

เด็ก…เด็กมากๆ ภายใต้ความสวยหรูและเป็นที่น่านับถือ ที่จริงแล้ว เด็กกว่าที่คิดเยอะ ก็แค่คนคนนึงที่ต้องการให้มีคนอยู่รอบข้างเสมอ เพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่สำคัญ หลบอยู่ภายใต้หน้ากากเทวดา ดูเหมือนคนดีทำแต่สิ่งดีๆ

แต่จะมีใครรู้มั๊ย? ในด้านไม่ดีที่ทุกคนไม่เคยรู้น่ะ คนนั้น ไม่ลงมือทำเองแต่ให้คนอื่นทำแทนนะคะ บงการทุกอย่าง ไม่ต่างจากการจับมือคนอื่นไปฆ่าคน

แต่ก็อย่างที่บอกตอนแรก เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับเราแล้ว สิ่งที่เรารู้สึกก็คงเป็นเพียงแค่ ความผิดหวัง น่ะค่ะ ไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่านี้

อิโจ

ปล. พูดไม่ค่อยรู้เรื่องเนอะคะ เีรื่องสุดท้ายอ่ะ (หัวเราะ)
ปล.2 หนาวแล้ววว หนาวอยู่วันครึ่ง ตอนนี้ร้อนแล้ว (ฮา)
ปล.3 คิดถึงมจ.ค่ะ ไปเที่ยวกันเหอะ
ปล.4 ตอนนี้อยากกินแครกเกอร์ชีส อ้วนได้อีก T^T

02
Nov
09

เที่ยวทั่ว…(อะไรดีล่ะ?)

หายหัวไปเกือบครบเดือน
จะว่าว่างก็ว๊างว่างล่ะ
แต่ที่ไม่อัพไดเพราะขี้เกียจ (หัวเราะตายไปแล้ว)

ไม่มีเนตใช้ประมาณ 14 วันด้วยค่ะ

เพราะงั้นไม่ได้อัพก็ไม่ผิดนะ (เหรอ?)

เล่าเรื่องกันดีกว่า

ไดหน้านี้คงยาวหน่อยค่ะ เพราะจะบันทึกความทรงจำที่ได้ไปเที่ยวเอาไว้ด้วย นานๆทีจะมีเรื่องเที่ยวมาเขียนได ตื่นเต้นที่สุด >_< (ถ้าไอ้หมีมันมาอ่าน มันคงเปรยลอยๆว่า “แรด” แน่นอน ฮา) จะลองเขียนเท่าที่จำได้ (จริงๆจำได้หมดแหละ เพราะออกจากบ้านรอบนี้เป็นอะไรที่สุดๆจริงๆ)

12 ต.ค. 2009

สอบผ่านแหละค่ะ ที่นั่นน่ะ (เอาไว้ถ้าได้งานก่อน จะมาบอกว่าที่ไหน หัวเราะ) นั่งงงกับตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะร้องลั่นบ้านว่า ได้ได้ไงวะ? (เชื่อมั่นในตัวเองเป็นที่สุดว่าจะสอบไม่ผ่าน -_-”) สิ่งที่คิดเป็นเวลาต่อมาคือ แล้วจะสัมภาษณ์ผ่านเหรอ (หัวเราะตายไปแล้ว)

หลังจากนั้นก็เก็บข้าวของเตรียมตัวไปเชียงใหม่ นานๆจะหยุดยาว (แบบไม่มีกำหนด) เลยพาปลื้มไปพักผ่อนปิดเทอมที่เชียงใหม่ซะเลย

13 – 14 ต.ค. 2009

นอนกลิ้่งอย่างมีความสุข (หัวเราะ) ไปเชียงใหม่มักจะไม่มีอะไรทำ เพราะที่บ้านอยู่ไกลบ้านเมืองและผู้คน ปู่กับย่าแก่แล้ว กินข้าวเสร็จแกก็พักผ่อนตามอัธยาศัย แ่น่นอนว่าไอ้ปังไม่พลาดจะตามอัธยาศัยกับเค้าด้วย จะลุกขึ้นมาขยันตอนทำกับข้าวเท่านั้น (ฮา)

กลางวันอากาศร้อน แต่ฝนตกทุกๆเย็น ทำให้มารอบนี้ไม่ต้องไปรดน้ำสวน เย้! (ดีใจได้โล่ห์) ตกเย็นก็อากาศเย็นๆ เหมือนเปิดแอร์ค่ะ ยังไม่หนาว

15 ต.ค. 2009

ได้รับแจ้งข่าวจากเพื่อนๆ ที่แลปว่าจะขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่ และอยากจะมาพักที่บ้านช่วงวันปิยะฯ มองรอบบ้านแล้วเริ่มเหงื่อตก จะให้มันนอนไหนล่ะ(วะ?) เหลือเวลาประมาณอาทิตย์นึงทุกท่านจะมาถึง เอาน่ายังทัน งั้นนอนละกัน (ฮ่าๆ)

16-17 ต.ค. 2009

ยังคงชิลๆ ลัลล้าเรื่อยเปื่อย ลุกมาทำกับข้าวมั่ง ซักผ้ามั่ง แต่ยังไม่เก็บบ้าน นั่งคิดโปรแกรม+ติดต่อที่พัก+หาคนพาเที่ยว (โดยให้คุณณ.จัดการให้) ไม่สำนึกว่ามีงานอีกล้นเหลือ วันที่ 17 ไปรับแป้งที่ไปสอบที่เชียงราย แวะเที่ยวรายทาง หมดเวลาไปทั้งวันอย่างลัลล้า ไอ้แป้งไปเที่ยวบ้านเพื่อนในเมือง กลับวันที่ 20

18 ต.ค. 2009

คุณณ.ลงใต้ (มากรุงเทพอ่ะแหละ) ต้องดูแลปู่กับย่าด้วยการตื่นแต่ไก่โห่ไปซื้อกับข้าว =_=” สายหน่อย เริ่มลุกขึ้นมาเก็บกวาดสิ่งที่คุณณ.หมักเอาไว้ได้ทุกซอกทุกมุมของบ้าน เริ่มจากยกกองรายงานหนักร่วมตันของคุณณ.ไปเก็บไว้ชั้นบน ทำคนเดียวเพราะไอ้ปลื้มนอนตีพุงดูหนังสบายแฮ -*- แน่นอนว่าขึ้นลงบันได 9 ขั้นพร้อมกองรายงานรอบละ 3-5 กิโล อยู่ประมาณเกือบ 30 รอบ ตกดึกวันนั้นหลังอิชั้นก็เดี้ยงตามระเบียบ

19 ต.ค. 2009

เกิดเรื่องไม่เป็นเรื่องกับข้าวสาร ช่างมันไม่เล่าดีกว่า อารมณ์ขึ้นวุ้ย

20 ต.ค. 2009

ไอ้แป้งกลับมาแล้ว กองหนังสือและรายงานยังเหลืออีกเป็นพะเรอเกวียน แต่ไอ้แป้งแพ้ฝุ่นที่มันเยอะจัด งั้นซักผ้าปูที่นอนกับตากฟูกก่อนก็ได้ เก็บกวาดบ้านชั้นนอก กำจัดฝุ่นให้หมด ทำไปทำมา นอนจากจะยังไม่หายปวดหลัง ยังมีอาการแพ้ฝุ่นตามไอ้แป้งไปติดๆ เช็ดบ้านไปก็น้ำมูกย้อยไป ให้มันได้อย่างงี้สิ เจ๋งจริง

เย็นๆ ไปซื้อกับข้าว ปั่นจักรยานไปกับแป้งห่างจากบ้านประมาณ 2 โล ขาไปยังขำๆ แต่พอขากลับ หอบของพะรุงพะรัง แถมฝนตกไล่มาติดๆ เหนื่อยเอาโล่ห์ กลับบ้านมาขายังไม่หายสั่นเลยเหอะ เปียกอีกต่างหาก T^T โถ ชีวิตไอ้ปัง

21 ต.ค. 2009

เริ่มลนลาน ตรงนั้นก็ยังไม่สะอาด ตรงนี้ก็ยังไม่เรียบร้อย กองหนังสือรายงานยังไม่หมดไปจากบ้านเรา อ๊ากกกกกกกกกก กร๊อบบบบ (เสียงหลังเดี้ยง =[]=”)

22 ต.ค. 2009

พ่อจะกลับมาวันนี้ ดีใจประหนึ่งถูกหวย การดูแลคนแก่ไม่ยาก แต่การถูกคนแก่นินทาซึ่งหน้าแล้วต้องพยายามห้ามใจไม่ให้ถือสายากยิ่งกว่า -*- เกือบมีวางมวย ตั้งแต่เรื่องข้าวแล้วนะ อยากมีเรื่องใช่ม้ายยยย?

23-25 ต.ค. 2009

และแล้วทุกคนก็มา และผักชีก็โรยหน้าสวยงาม (หัวเราะ) บ้านเรียบร้อยดี ทุกอย่างโอเค โปรแกรมคือจะไปเที่ยวปายแล้วค้างหนึ่งคืน ก่อนจะกลับลงมาเที่ยวในเมืองเชียงใหม่หนึ่งวันแล้วค่อยเข้าบ้านไปนอนพักผ่อนตามอัธยาศัย (เอิ๊ก) แน่นอนว่าช่วงที่ไปเที่ยว ไอ้ปังก็ต้องทิ้งน้องๆให้ผจญกับชะตากรรมกับคนแ่ก่ตามลำพัง (วะฮ่า) เอาน่ามีพ่ออยู่ด้วย กลัวไร (หัวเราะตายไปแล้ว)

Let’s go to PAI

เค้าว่ากันว่าเส้นทาง ปาย และแม่ฮ่องสอนเป็นถนนปราบเซียน เพราะระยะทางไปแค่ร้อยกว่าโลแต่มีโค้งเป็นร้อยเป็นพัน ใช้เวลาเดินทางนานกว่าทางราบประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพราะงั้น…ใครไม่เคยเมารถก็จงเมาซะให้หายอยาก (ไม่ใช่ละ) ก่อนมาไอ้ปังเลยโดนคุณน้องทั้งสองที่เคยไป(และเมารถ)มาแล้วเป่าหูซะไม่มีดีว่า “คุณน่ะเมารถแน่ๆ กินยาดักไปซะ” ชิชะ พี่แกน่ะ เด็กรถนะเว้ย โตในรถ เดินทางข้ามเขามาตั้งกะยังไม่ึคลาน จะไปเมาได้ไงวะ? ม่ะห์ เอาดรามามีนมาเม็ดนึง (หัวเราะตายไปแล้ว) ที่จริงไม่อยากกินเพราะอยากรู้ว่าจะเมาจริงมั๊ยไงคะ แต่ว่านะ โดนเป่าหูเช้าเย็นเลยกินก็กินวะ? สุดท้ายเลยไม่รู้ว่าตกลงแล้วเราจะเมารึเปล่า เพราะนั่งตาแป๋วด้วยฤทธิ์ยาคุยกับคุณอา ส. (เพื่อนพ่อที่ช่วยพาเที่ยวให้) ไปตลอดทาง จะมีก็เพื่อนๆ ที่ไม่คุ้นการเดินทางผ่าเขา ถึงจะิกินยาแต่ก็ยังคงมีอาการเวลานั่งคุยกันบนรถมันเสียมารยาทมากเลย คุยแล้วไม่ยอมมองหน้า (หัวเราะ) แน่นอนว่าถ้ามันหันมามีอ้วกพุ่งอ่ะนะคะ เอิ๊ก

ระหว่างทางก่อนถึงปาย ได้แวะถ่ายรูปเล็กน้อยตรงผากิ่วลม เป็นช่องแคบระหว่างเขาที่มีลมพัดแรง ตอนไปยังไม่เป็นหน้าหนาว แต่แถวๆนั้นก็เย็นไอหนาวแล้วล่ะค่ะ คงเพราะมีฝนปรอยๆ เป็นระยะๆตลอดทางด้วย เลยถ่ายรูปได้ออกมาอย่างที่เห็น เมฆเยอะ แล้วก็มีหมอก แถวๆผากิ่วลมมีชาวเขาเผ่าสีซอค่ะ ก็คล้ายๆแถวดอยสุเทพ

“พี่คะๆ ถ่ารู่กะหนูม๊ะคะ 5 บ่าทะน๊ะเอ” (อ่านให้เป็นสำเีนียงเด็กดอยนะ ฮา)

มองนิกกี้คุงในมือ แล้วก็นึกอยากจะถ่ายแบบโปรๆ ขึ้นมาบ้าง (เห็นเค้าชอบถ่ายเด็กดอยกัน) เลยเอามั่ง ใจดี ให้ไปคนละห้าบาทเลยค่ะ ประมาณ 6-7 คน (-_-”) แล้วก็ได้รูปอย่างที่เห็น สีเสื้อน้องเตะตาจริงๆ เตะป้าบๆเลย =_=

เข้าที่พักได้ก็นอนพักกันชม.นึง เพราะเพื่อนๆมาจากกรุงเทพก็เที่ยวเลย (แล้วเดินทางผ่าน 700 กว่าโค้งอีก) + ฤทธิ์ยาแก้เมาทำให้ง่วงได้ที่ หลังจากตื่นแล้วก็ชื่นชมที่พักพอหายอยาก (ไม่หรูหราสวยงามมากมายแต่สบายตาค่ะ เปิดหลังห้องไปติดทุ่งข่าวสีเขียวขจีสดชื่นสุดๆ) จากนั้นก็ขึ้นดอยไปจากตัวปายประมาณ 40 โล ไปเที่ยวถ้ำลอดกันค่ะ

ถ้ำลอดเป็นถ้ำที่มีน้ำไหลผ่าน แล้วก็มีหิืนงอกหินย้อย ก็เที่ยวชมกันเพลินๆแหละค่ะ ค่าชมก็แพงหน่อย เพราะระหว่างจุดในถ้ำต้องนั่งแพไป แต่ก็สมรมคาค่ะ น้ำที่ลอดในถ้ำมันค่อนข้างเชี่ยว คนจูงแพต้องแข็งแรงมากๆ เพราะจูงทวนน้ำ (เจ๋งเหอะ) ถ่ายรูปมารูปเดี๋ยวเพราะในถ้ำมันมืดค่ะ แต่เป็นรูปที่เจ๋งนะ เห็นจระเข้มั๊ยคะ? นั่นน่ะหินงอกหินย้อย! ไม่รู้มันงอกอีท่าไหน ที่แน่ๆ ไอ้ปังกับเพื่อนๆเชื่อว่ามันต้องเป็นตัวจริงๆโดนฆ่าตายแล้วสาปให้เป็นหินแน่เลย (นี่หรือนักวิทยาศาสตร์ ฮา) การเดินในถ้ำทุลักทุเลพอสมควรเพราะมืดและเปียก ก็ล้มกันไปคนละทีสองที แล้วในถ้ำเจองู (จริงๆ) ด้วย =_=” เหม็นขี้ค้างคาวและนกนางแอ่น แถมไอ้ปังโดนอึใส่หน้าอีกตะหาก เยี่ยม =_=b เดี๋ยวแม่เอาหนังสะติ๊กยิงซะนี่

เที่ยวเสร็จก็ลงมาถนนคนเดินในปายค่ะ เป็นถนนคนเดินที่ยาววววมาก แต่บรรยากาศดี ของขายก็เน้นไอเดีย เลยเดินเพลินๆ ถ้ามาหน้าหนาวคงเดินสนุกเพราะเดินไปหนาวไปเข้ากับบรรยากาศได้อีก ไอ้ปังไม่ค่อยซื้ออะไรจุกจิกอย่างที่สาวๆชอบซื้อกัน ได้มาแค่สมุดทำมือ (ชอบพวกนี้เป็นพิเศษ เห็นเป็นไม่ได้ค่ะ -_-”) มาหลายเล่มอยู่ แถมๆก็ได้กินเบเกอรี่ยามดึก (โฮ แคลอรีบึ้ม) ชื่อ เบเกอรี่โกโอ หรืออะไรเนี่ยแหละ แนะนำค่ะ อร่อยมาก

จบจากนี้ก็แยกย้ายกันนอนแล้วค่ะ เหนื่อย

วันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ ไปเที่ยวเก็บตกตามจุดต่างๆที่คนชอบไปถ่ายรูปกัน แวะซะหลายที่ถ่ายไปหลายรูป รู้สึกดีตรงได้ฝึกทักษะการถ่ายรูปแบบเต็มๆเลยค่ะ เจอทุกสภาพแสง ทุกสภาพอากาศ ทุกสถานที่คนเยอะเป็นมด -*- แย่งกันถ่ายได้อีก ขนาดหยุดแค่ 3 วันคนยังเยอะขนาดนี้ พี่เจ้าของที่พักบอกว่าปีใหม่ไม่ต้องพูดถึง ไหลไปกับผู้คน คือนิยามที่ชัดเจนที่สุด (เหย) แนะนำว่าถ้าอยากเที่ยวปายอย่างสงบจริงๆ ควรไปปลายกุมภาฯ ต้น มีนาฯ ค่ะ อากาศยังหนาวๆเย็นๆ และไม่ค่อยมีคน เหมาะที่จะถ่ายรูปเป็นที่สุด

เที่ยวไปก็คิดถึงเพื่อนๆทางนี้ไปค่ะ อยากให้ไปด้วยกันจริงๆ บรรยากาศดี ถ่ายรูปสนุก เอาไว้ไปกันเถอะนะ >_<

จบทริปแต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวไดยาวเกินเหตุ (เก็บกดอ่ะค่ะ ฮา) นี่เล่าสั้นๆแล้วนะ

อิโจ

ปล.1 ดูพีวีแล้ว >_< หล่อไร้คำบรรยาย ป๋าตายอย่างสงบ คุณพีหล่อลัลลาฆ่าป๋าด้่วยมือเปล่าจริงๆ

ปล.2 เป็นฝี -*- จากแผลแค่ยุงกัด พัฒนากลายมาเป็นฝี เยี่ยม ตอนนี้ก็เป็นไอ้ปังขาเดี้ยงไปแล้ว เอเมน

ปล.3 เอารูปของกินมาลงปิดท้าย ทำเองค่ะ ฮายาชิไรซ์ ไอ้หมีหอมแนะนำให้ลอง ลองแล้วติดใจ ฝีมือเราใช้ได้นะเนี่ย ฮิ้วววว




 

November 2009
S M T W T F S
« Oct   Dec »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

Hello Everyone

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ IZ Club ค่ะ

ที่นี่คือไดอารี่ของอันปังนะคะ
อาจจะมีลงเพลงบ้าง นอกเรื่องบ้าง
แล้วแต่ความครึ้มน่ะค่ะ ^^

ยังไงซะถ้าหาอะไรชอบอะไร
อยากได้จากที่นี่ก็อนุญาตนะคะ
แต่ลงเครดิตให้หน่อยก็ดีค่ะ

สำหรับใครที่อยากโหลดเพลง
หาดูดีๆ มีที่ให้โหลดนะ (ยิ้ม)

a

Blog Stats

  • 22,576 hits

Human Calendar