11
Mar
08

-+ Mind Delusion 01 +-

-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-

-+ Delusion 1 +- หน้ากากมายาและรอยยิ้มที่บิดเบือน

“โทโมฮิสะ…ที่คุณพูดมา…จริงอย่างนั้นเหรอคะ…” เสียงอ้อนวอนที่น่าสงสาร เฝ้าถามร่างโปร่งที่นั่งอยู่ตรงหน้า ดวงตาจ้องใบหน้านิ่งคล้ายผู้ชายในภาพวาดนั้นอย่างคาดคั้น ภายในร้านคอฟฟี่ชอปเล็กๆที่ไม่มีผู้คน เสียงถามเบาหวิวนั้นดูจะดังไม่น้อย

“เรื่องง่ายๆแค่นี้จะต้องให้ย้ำอีกซักกี่รอบกัน อายะ” เสียงตอบบ่งชัดว่าเบื่อหน่าย คำพูดที่โหดร้ายผิดใบหน้านั้นทำให้หญิงสาวนิ่งอึ้ง ตากลมโตของโทโมฮิสะทอดสายตาออกไปนอกร้านอย่างอึดอัด ไม่แม้แต่จะเหลือบมองจนหล่อนแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำจ้องมองโทโมฮิสะอยู่นาน…นานจนในที่สุดโทโมฮิสะเริ่มที่จะทนไม่ได้

“ห่วย” ขยับปากบอกไม่มีเสียงหลังจากหันมาจ้องหน้าเจ้าหล่อนจริงจังด้วยสุดจะทนเต็มแก่ ทันทีที่ได้เห็นอย่างนั้น เจ้าหล่อนอ้าปากค้างด้วยความชอคอยู่นาน ตาแดงๆของหญิงสาวที่พยายามจะเค้นน้ำตาก็วาววาบเกรี้ยวกราดขึ้นมาราวกับคนละคนก่อนที่จะผุดลุกขึ้นตวัดมือตบโต๊ะพร้อมกับร้องกรี๊ดลั่นขึ้นทันที

“ยามาชิตะ!!!!!” กรีดร้องลั่นหน้าตาบูดเบี้ยวด้วยความโมโห ในขณะที่อีกเสียงห้าวก็ตะโกนโก่งผ่านโทรโข่งขึ้นมาบ้าง

“เฮ้ย!!!!! คัตครับ!!!! คัต!!!!!!” เสียงชายที่นั่งอยู่หน้ากล้องตัวใหญ่สั่งขึ้นมาอย่างหัวเสีย งงเป็นไก่ตาแตกที่อยู่ๆสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในบทที่เขากำลังกำกับก็โผล่ขึ้นมาสร้างความแตกตื่นกันทั้งทีมงานตั้งแต่ช่างไฟยันเด็กยกน้ำ ทุกคนต่างก็จ้องไปยังนิ้วที่แต่งเล็บมาอย่างดีที่ชี้แสดงความอาฆาตไปยังใบหน้านิ่งของโทโมฮิสะที่นั่งนิ่งอย่างสงสัย ด้วยความที่โมโหจัด อายะลงมือกวาดของบนโต๊ะลงพื้นเต้นเร่า ไม่ต้องหยุดคิดอะไรแล้ว ผู้กำกับวางมือจากการทำงาน วิ่งตรงไปยังนักแสดงทั้งสองคนทันที

“นาย!!!!! กล้าดียังไงถึงมาว่าฉัน!!!”
 
“หึ รับความจริงไม่ได้ละสิท่า หน้าตาก็ ‘เห่ย’ แถมยังเล่น ‘ห่วย’ ยิ่งกว่าตัวประกอบแบบนี้ ถามจริงเหอะ ไอ้รางวัลที่เพิ่งได้มาเนี่ย เอาอะไรเข้าแลกเหรอนักแสดงดาวรุ่งหญิง มัตซึอุระ อายะ” ใบหน้าที่สวยหวานกว่าแค่นยิ้มถาม จงใจเน้นคำที่ท้ายประโยคให้เจ้าหล่อนอย่างท้าทาย ร่างโปร่งบางยังคงนั่งเอนสบายๆ ในขณะที่อายะกระทืบเท้าเป็นเจ้าเข้าตรงเข้าหวังจะกระชาก หากท่อนแขนที่คว้าได้กลับไม่ใช่พระเอกหนุ่มแต่กลับเป็น

“โอ๊ย หยุดครับหยุด!!! มันเกิดอะไรกันขึ้นครับเนี่ย ยามาชิตะคุง” ผู้กำกับผู้เคราะห์ร้ายร้องลั่นเมื่อโดนเล็บของอายะจิกเข้าเต็มมือหลังจากที่รีบวิ่งมาขวางทั้งคู่เอาไว้ เลือกที่จะหันไปถามพระเอกของเรื่องที่ยืนนิ่งๆไม่สนเสียงกรี๊ดๆ และแรงที่นางเอกสาวกำลังพุ่งเข้าใส่ผ่านผู้กำกับหนุ่มอยู่ในขณะนี้ ยามาชิตะ โทโมฮิสะตวัดสายตากลับมามองที่ผู้กำกับก่อนจะลุกขึ้นจ้องหน้าอายะที่โดนผู้จัดการตัวเองที่วิ่งตามผู้กำกับมารั้งเอาไว้

“ผมสิเป็นฝ่ายต้องถาม ว่าเธอเป็นอะไร” ย้อนถามน้ำเสียงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ปรายตามองมายังนางเอกสาวที่เขาเพิ่งจะด่าไปเมื่อกี้หยกๆ ราวกับไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“วันนี้ทั้งวันจะให้ผมเสียเวลาไปถึงไหน กะอีแค่ซีนง่ายๆเป็นสิบเทคแล้วก็ยังไม่ได้ซักที” ร่างโปร่งถามเสียงเข้ม แววตาวาวไม่แพ้นางเอกสาว ได้ยินเสียงฝีเท้ากับเสียงคุ้นหูของผู้จัดการตัวเองดังมาแว่วๆแล้วเช่นกัน

“หนอย!!!~ ว่าไงนะยะ บทฉันมันต้องบีบน้ำตานะ ไม่ใช่มานั่งเก๊กหน้าเล่นเป็นท่อนไม้อย่างนายจะได้มาทำเป็นพูดว่าง่ายน่ะ” อายะเถียงแว้ดขึ้นมาทันที หันไปส่งสายตาเคืองใส่ผู้กำกับที่พยักหน้าเห็นด้วยกับโทโมฮิสะ พยายามดิ้นให้หลุดจากผู้จัดการของตัวเอง

“เอ๊นี่!!! ปล่อยฉันนะ จะมาจับฉันไว้ทำไม เป็นผู้จัดการฉันทำไมไม่ปกป้องฉันล่ะ เฮงซวย!!!!” วีนใส่ด้วยความขัดใจ ยิ่งเห็นหน้าผู้กำกับที่มองมาที่เธออย่างตำหนิแล้วก็แทบจะหันไปข่วนผู้จัดการตัวเองระบายอารมณ์
 
“อายะจังครับ สงบลงก่อน คุณเป็นฝ่ายเริ่มนะครับ” ทั้งผู้กำกับและผู้จัดการพูดขึ้นเกือบจะพร้อมกัน คำตัดสินนั้นทำให้หญิงสาวหยุดดิ้น ค้างไปในทันที ก่อนจะกรี๊ดลั่นกองถ่ายออกมาอย่างไม่ไว้หน้าใครอีกแล้ว

“อะไร!!!!~ คุณสองคนว่าไงนะ!!!! ฉันเหรอที่เริ่มก่อน เป็นผู้กำกับนั่งอยู่หน้ากล้องไม่เห็นรึไง ว่าหมอนี่มันด่าฉันว่าห่วยน่ะ!!!!” กระทืบเท้าเร่าๆ ชี้หน้าไปทางโทโมฮิสะที่ลอบยิ้มส่ายหน้าให้กับความไม่ฉลาดของเธอก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าสวยนั้นจะเลือนไปกลับไปนิ่งขึงดังเดิมเมื่อผู้กำกับหันมามอง เสียงถอนใจหนักๆที่ดังอยู่ทางเบื้องหลังทำให้ตากลมโตทอประกายสนุกขึ้นมาชั่วแวบแล้วก็นิ่งไปตามเดิม

“ยามะพี” เสียงเข้มของผู้จัดการหนุ่มร่างสูงเอ่ยเรียกชื่อเล่นของพระเอกหนุ่มขึ้นมาขรึมๆอย่างระอาใจ ผู้กำกับหันไปดุที่นางเอกสาวอีกรอบ เสียงกรี๊ดๆยังคงมีมาเป็นระยะๆ ในขณะที่พระเอกหนุ่มยังคงตีหน้านิ่งหากดวงตาคู่โตกลับพราวประกายระยับ

“เรียกทำไมโคคิ” ถามพร้อมกับส่งยิ้มเยาะมุมปากไปให้นางเอกคนดีอีกที ยิ้มที่จงใจให้เห็นคนเดียวยิ่งจุดชนวนโมโหให้กับเจ้าหล่อนมากขึ้นไปอีก

คนกลางทุกคนส่ายหัวเบาๆอย่างเบื่อหน่าย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อายะวีนแตก ใครๆต่างก็รู้กิตติศัพท์ของเธอดีว่าโมโหร้ายไร้สาระรุนแรงแค่ไหน ไม่ว่าอะไรแค่ไม่ได้อย่างใจก็อาละวาดจนกองถ่ายพังไปแล้วหลายกอง แล้วทำไมครั้งนี้ถึงจะตัดสินว่าเจ้าหล่อนวีนขึ้นมาเองเหมือนทุกครั้งไม่ได้ ในเมื่อวันนี้อายะยังไม่ผ่านซีนแรกที่เป็นเบสิกแท้ๆสำหรับมืออาชีพ…ฉากร้องไห้เพราะถูกคนรักทอดทิ้ง

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องนะ ว่าทำอะไรไว้” โคคิคาดโทษใส่เสียงเข้ม สายตาทอดมองไปยังอายะที่เถียงหน้าดำหน้าแดงอยู่กับผู้กำกับอย่างสงสาร เพราะรู้ดีถึงนิสัยของร่างโปร่งบางที่ยืนเคียงข้างอยู่นี้ เสียงหัวเราะเบาๆที่เจ้าตัวสามารถบังคับให้ได้ยินกันแค่สองคนทำให้ผู้จัดการหนุ่มปวดหัวได้ไม่น้อย

“ฉันทำอะไร? ยัยนั่นทำตัวเอง” คำตอบมาพร้อมกับใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย ใช่…ถึงเรื่องครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเขาเป็นคนหาเรื่องแต่ก็เพราะเขาไม่ใช่หรือไงที่กล้าพูดในสิ่งที่ทุกคนไม่กล้าทำ เรื่องจริงที่ว่ายัยนางเอกปากแดงนั่นเล่นไม่ได้เรื่อง แล้วก็ยังจะมาพะเน้าพะนอเอาใจกันอยู่ได้กับอีแค่รูปร่างหน้าตาเจ้าหล่อนยังดึงคนดูได้เท่านั้นเอง
 
โทโมฮิสะยืนฟังเสียงแว้ดๆนั่นอย่างสมเพชก่อนที่คิ้วเรียวจะกระตุกขึ้นมาเมื่ออายะยังไม่ยอมที่จะสงบ

“กะอีแค่ไฮโซได้เป็นพระเอก เพิ่งเล่นละครมาก็แค่เรื่องสองเรื่องทำมาอวดเบ่ง บทตัวเองแอ๊กติ้งก็แทบจะไม่มียังจะมีหน้ามาว่าคนที่ต้องแสดงซีนอารมณ์ ตัวเองน่ะทำได้ดีกว่ารึไงกัน” อายะเท้าเอวขึ้นเสียงใส่ผู้กำกับในขณะที่สายตาจ้องจิกมาที่โทโมฮิสะโดยตรง ความเงียบเกิดขึ้นในทันที ผู้กำกับได้แต่ยืนเกาหัวไม่รู้จะพูดยังไงว่าตั้งแต่กำกับเรื่องนี้มาก็เห็นโทโมฮิสะแสดงได้ดีกว่าดาราที่เข้าวงการมานานหลายปีดีดักอย่างเธอมากแค่ไหน แต่จะพูดให้ขัดใจก็ไม่ได้ ผู้จัดการของอายะก็เอาแต่ยื้อๆแบบกล้าๆกลัวๆ ในขณะที่โคคิฟังแล้วอยากจะเอามือตบหน้าผากตัวเองซักป้าบใหญ่ๆ ถึงโทโมฮิสะจะเริ่มก่อนก็เถอะแต่ถ้าแม่คุณยังอวดดีขนาดนี้ ถ้าพระเอกของเขาจะทำอะไร…ก็จะไม่ห้ามแล้วนะ

“หึ” เสียงหัวเราะในคอคำสั้นๆหลุดออกมาเบาๆ แต่กลับได้ยินโดยทั่วกัน เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยเยาะที่ถูกซ่อนอย่างดีภายใต้ใบหน้าที่ราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆโดยสิ้นเชิงนั้นโคคิชินซะแล้วหากเรียกทุกคนในกองถ่ายให้หันมาสนใจกันได้อย่างใคร่รู้ ร่างโปร่งบางหันหลังให้กับทั้งสี่คนเดินตรงไปยังทิศทางหนึ่งที่มีแสงไฟสีแดงจุดเล็กๆสว่างวาบออกมา ดวงตากลมโตจ้องมองไปข้างหน้านิ่งราวกับกำลังจ้องใครซักคน สองเท้าหยุดก้าวเดินเมื่อถึงจุดที่พอดี…จุดที่กล้อง…จับจ้องซีนของอายะ…

“คุณโกหก” บทต่อที่นางเอกควรจะพูดถูกต่อขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ถูกดัดให้เหมือนผู้หญิงแต่กลับทำให้คนมองทุกคนใจหายวาบกับน้ำเสียงนุ่มหูที่เปล่งออกมาเบาๆ ขาดช่วงเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ ใบหน้าสวยนิ่งเรียบทว่าดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่ไม่มีใครทันเห็นว่าถูกเรียกขึ้นมาเมื่อไหร่ บีบหัวใจคนถูกมองจนบางคนเผลอยกมือขึ้นทาบหน้าอกตามที่ร่างโปร่งบางกำลังทำ
 
“ถ้าที่คุณพูดว่าคุณไม่ต้องการฉัน เป็นเพราะคุณไม่รักฉัน ฉันก็อยากจะให้คุณพูดเหตุผลนั้นในขณะที่คุณมองหน้าฉัน คุณทำได้มั๊ยคะ” ประโยคสุดท้ายที่ย้อนถามมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดกับความรักแต่ก็ยังเชื่อมั่นในตัวคนรักอย่างเต็มเปี่ยม น้ำใสๆรินหยดจากหางตาเป็นสายทั้งๆที่เปลือกตาบางยังไม่ได้ขยับ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเบาๆอย่างคาดหวังและรอคอย มือเรียวที่วางทาบอยู่เหนืออกซ้ายขยุ้มเสื้อตัวสวยเบาๆแม้จะเข้มแข็งแต่ก็ขลาดกลัวกับคำตอบที่รอคอย…

ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว ไม่มีใครกล้าที่จะขยับ แม้กระทั่งตากล้องยังนิ่งมองการรอคอยของโทโมฮิสะแทบจะหยุดหายใจ แค่บทสนทนาง่ายๆสองประโยคแต่ภาพน้ำตาที่หยดรินลงอาบใบหน้าที่สวยราวภาพวาดนั้นหยุดสายตาทุกคู่และการกระทำของทุกคนให้นิ่งงันได้ รวมไปถึงอายะที่เบิกตามองนิ่งค้างอย่างไม่เชื่อ

คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ยามาชิตะ โทโมฮิสะ หากเป็นอายะ หญิงสาวที่ผิดหวังแต่ก็เชื่อมั่นในความรัก และมีความเข้มแข็งอย่างเปี่ยมล้นต่างหาก

“สุด…สุดยอด…” เสียงชื่นชมหลุดลอดออกมาจากลำคอของผู้กำกับหนุ่มอย่างไม่รู้ตัวกับฉากรักเจ็บปวดที่สมบูรณ์แบบตรงหน้า ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงปรบมือกราวจากทีมงานทุกคนในกองถ่าย ไม่มีคำพูดใดนอกจากเสียงปรบมือที่ยาวนาน ก็จะให้พูดอะไรได้ ในเมื่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันสุดยอดเกิดกว่าจะสรรหาคำพูดมาชื่นชม โทโมฮิสะปาดน้ำตาที่ใบหน้าของตัวเองออกปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงชื่นชมมากมาย ร่างโปร่งเพียงแค่ปรายตามองไปทางอายะและส่งยิ้มหวานให้เท่านั้นก่อนที่จะทิ้งท้ายประโยคเบาๆแต่เจ็บแสบเอาไว้ให้ดาราสาวชื่อดังได้กระทืบเท้าเร่า

“เมื่อไหร่ที่ผู้กำกับยอมให้ฉันเล่นสองบทพร้อมกันได้ ถึงเวลานั้นฉันก็คงจะไม่ต้องรบกวนให้เธอมาช่วยเล่นแทนฉันหรอกมัตสึอุระ อายะ”
 
เรียกชื่อคนที่คุยด้วยที่ท้ายประโยคอย่างเน้นย้ำมากที่สุดก่อนจะเดินออกจากกองถ่ายไปโดยไม่สนกับเสียงกรีดร้องอย่างคลั่งแค้นอะไรของเจ้าหล่อนอีกแล้ว ไม่สนแม้กระทั่งนักข่าวที่อยู่ๆก็แห่กันเข้ามาในกองราวกับนกรู้ โคคิเห็นแล้วก็ได้แต่เอามือกุมหัว รีบเดินตามดาราหนุ่มในความดูแลของตนเองไป

“เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…” ปลายสายที่ตอบกลับมาทำให้โทโมฮิสะต้องพับหูโทรศัพท์ลงอย่างหงุดหงิด สองขาที่เดินเร็วออกมานอกบริษัทหยุดลงเมื่อยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ

“ทำไมอยากจะเจอทีไร ไม่เคยจะโทรติดซักทีเลยนะจิน” บ่นงึมงำอย่างหัวเสีย คิ้วเรียวที่ขมวดผูกกันอยู่แล้วยิ่งขมวดใหญ่เมื่อเห็นหน้าโคคิเดินเหลี่ยมมาแต่ไกล ไหนจะนักข่าวที่วิ่งตามมา ชิ

“กรี๊ดดดดดดด นาย!!!!!!!!!! อาคานิชิ!!!!!!!!!!!!” แล้วเสียงที่ทำให้โทโมฮิสะถึงกับสะดุ้งก็ดังมาทางสตูดิโอฝั่งตรงข้าม แม้แต่โคคิและนักข่าวที่อยู่ในตัวบริษัทยังชะงัก โทโมฮิสะมองร่างสูงที่เดินล้วงกระเป๋าหน้ายุ่งออกมาแต่ไกลด้วยรอยยิ้ม สองเท้าก้าวหนีผู้จัดการตัวเองที่ยังมัวแต่อึ้งตรงไปหาคนที่อยากเจอทันที นึกว่าไปที่ไหนไกล ที่แท้ก็อยู่ใกล้แค่นี้นี่เอง

“จิน!!!!!” ตะโกนเรียกให้คนที่กำลังโหนตัวขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซต์แฟนทอมคันใหญ่ได้หันมามอง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนสีหน้ายุ่งนั้นทันที ออกสตาร์ทบิดคันเร่งกลับรถมาประชิดร่างบางที่ก้าวยาวมาจนถึงฝั่งถนน

“ไง! คุณชาย มาสิ” ร้องบอกพร้อมกับคว้าแว่นตากันลมของตนเองมาใส่ให้เข้าที่ โทโมฮิสะไม่รอช้ากระโดดขึ้นนั่งอย่างคุ้นเคยเร็วพอๆกับที่จินบิดคันเร่งขึ้นทันทีที่เห็นว่าที่สองฝั่งบริษัทกำลังมีใครกรูกันเข้ามาหา เสียงเร่งเครื่องของแฟนทอมสีดำปราดเปรียวดังสนั่นกลบเสียงโวยวายของโคคิและใครอีกคนที่การแต่งตัวดูคล้ายมีหน้าที่ไม่ต่างกันที่วิ่งมาถึงฝั่งถนนอย่างหัวเสีย

“โว้ย!!! หนีไปได้อีกแล้ว” ตะโกนออกมาพร้อมกันอย่างเซ็งๆ ยิ่งเหลือบมองไปทางพวกนักข่าวที่วิ่งตามตัวเองมาแล้วก็ยิ่งเซ็งเลยต้องหันมามองหน้ากันเอง พวกที่แห่กันออกมาส่วนหนึ่งรัวชัตเตอร์ใส่สองคนบนที่บิดหนีไปไกลลิบนั่น อีกส่วนหนึ่งก็พุ่งเป้ามายังทั้งคู่ทันที เอาเครื่องอัดเสียงล้อมหน้าเอาตัวล้อมหลังราวกับจะรุมประชาทัณฑ์กันให้ตายไปข้าง
 
“ช่วยอธิบายด้วยครับคุณโคคิ ทำไมยามาชิตะคุงผู้เงียบขรึมถึงได้ทะเลาะกับอายะจังได้ หรือว่าที่ในวงการลือกันว่ายามาชิตะคุงเรื่องมากนั้นเป็นความจริงครับ”

“คุณอุเอดะทำไมอยู่ๆอาคานิชิถึงทะเลาะกับไอจังได้ล่ะคะ อย่างนั้นที่เป็นข่าวว่าไอจังกับมิกิจังทะเลาะกันแย่งอาคานิชิคุงก็เป็นเรื่องจริงใช่มั๊ยคะ แล้วแบบนี้พีวีซิงเกิ้ลก็ต้องเลือกนางเอกใหม่สิคะ”

“เป็นข่าวก่อนซิงเกิ้ลกับละครออกแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อทั้งคู่นะคะ”

“แล้วที่หนีออกไปด้วยกัน ถ้าทางบ้านของยามาชิตะคุงรู้จะไม่เกิดเรื่องอีกเหรอคะ”

“นั่นสิครับ การที่ยามาชิตะคุงไปคบกับแบดบอยแห่งวงการอย่างนี้ อาจสะเทือนถึงภาพลักษณ์ของยามาชิตะกรุ๊ปได้ แบบนี้อาคานิชิคุงจะไม่โดนเล่นงานแย่เลยเหรอครับ”

แต่ละคำถามที่ประเคนถามกันออกมา ถ้าทำได้ทั้งโคคิและอุเอดะละอยากจะเอาหัวไปโขกกันเองหนีตายกันไปซะเลย แต่ที่ทำได้ตอนนี้ก็มีเพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับใช้สมองประมวลหาข้อแก้ตัวล้านแปดเพื่อเอาตัวรอดออกมาเท่านั้น เหยี่ยวข่าวแต่ละคนก็พ่นคำถามกันไม่เกรงใจมั่งเลย ถามไม่คิด! ทำไมยามาชิตะอย่างนั้น ทำไมอาคานิชิอย่างนี้ แต่ไอ้ที่ตอบอยู่นี่มันผู้จัดการชื่อโคคิกับอุเอดะนะโว้ย! จะไปรู้มันได้ยังไงกันวะ!

จินนะจิน!
ยามะพีนะยามะพี!

ชิ่งไปไหนกันวะเนี่ย!
-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-

ในที่ที่ห่างไกลความวุ่นวาย ร่างโปร่งบางบนแฟนทอมคันสวยถอนลมหายใจออกมาเมื่อผู้คนเริ่มบางตาลง มือที่เกาะอยู่บนไหล่หนาของคนขับขยับเลื่อนลงไปพร้อมๆกับการเอนตัวหงายหลังลู่ไปตามลมที่พัดเข้ามาปะทะพวกเขาทั้งคู่ โทโมฮิสะหลับตาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะลืมตาขึ้นมองท้องฟ้าสีสวยแล้วหัวเราะออกมา

“นี่จิน เห็นหน้าสองคนนั้นตอนเราออกมามั๊ย ตลกชะมัดเลย” ถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ร้ายที่ขัดกับหน้าตาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไหล่หนาไหวน้อยๆให้รู้ว่าขำไม่ต่างกัน ชะลอความเร็วลง

“พูดจาน่ารักเกินไปรึเปล่า ซุปเปอร์ไอด้อลยามาชิตะ” เสียงทุ้มย้อนเหน็บๆพร้อมกับเสียงหัวเราะในคอให้คนซ้อนได้ยักไหล่ ก่อนจะเอนตัวกลับมาเอาคางเกยไหล่จินเอาไว้ยู่จมูก

“ถ้าคิดว่าไอด้อลจะต้องน่ารักใสซื่อละก็ ฉันจะนิยามให้ใหม่ซะเลยเป็นไง” ท้าทายจนจินต้องเหลือบมองซุปเปอร์ไอด้อลคนดังผ่านทางกระจกข้างแล้วก็ส่ายหัวให้กับฝีปากอันหาญกล้า

“คิดว่าวันนี้นักข่าวคงซึ้งกับนิยามของนายแล้วล่ะซุปเปอร์อีวิล แล้ววันนี้ไปเล่นงานใครเข้าให้ล่ะ” ในเมื่อเจ้าตัวไม่ชอบก็เปลี่ยนชื่อให้เสร็จสรรพพร้อมกับย้อนถามกลับไปอีกครั้งอย่างรู้ใจให้โทโมฮิสะได้แค่นยิ้ม

“มัตสึอุระ อายะ แล้วนายล่ะจินไปทำอะไรใครไว้ถึงได้กรี๊ดเขย่าโตเกียวทั้งเมืองอย่างนั่นน่ะ”

“หึ ฉันจะไปทำอะไรได้ ก็แค่ปฏิเสธนิดๆหน่อยๆเท่านั้น” ยักไหล่ตอบไม่ต่างกัน

“ดูท่าว่าเรื่องของจินจะสนุกกว่าของฉันอีกแล้วล่ะสิ” โทโมฮิสะทำเสียงขึ้นจมูกถาม สายตาคมมองไปยังถนนสายยาวเบื้องหน้าแต่ว่าภาพผู้หญิงสติแตกที่กรี๊ดเอาๆลั่นสตูดิโอนั่นก็ยังติดตาไม่หาย ร่างสูงเบ้หน้าอย่างหงุดหงิด สนุกเหรอ เรื่องงี่เง่าๆน่ะสิ

‘จิงคุง คืนนี้ว่างมั๊ยคะ…เสร็จงานแล้ว เราไปสนุกกันดีกว่า’ เสียงยั่วยวนนั้นกระซิบถามระหว่างการถ่ายทำพีวีซิงเกิ้ลใหม่ของเขาเองในฉากที่จินต้องนั่งเฉยๆให้ผู้หญิงคนนี้ลูบไล้ ร่างสูงเพียงแต่แค่นยิ้มกับดาราหน้าใหม่ใจกล้า นี่คงคิดว่าจะสร้างกระแสข่าวกับเขาที่เป็นแบดบอยอันดับหนึ่งของวงการเพื่อที่จะดันตัวเองขึ้นมาล่ะสิ

‘หึ เธอว่างงั้นเหรอ พอดีเลยนะ ฉันก็ว่าง’ จินขยับปากถามเบาๆ สายตาเลื่อนจากกล้องมามองที่เจ้าหล่อนอย่างท้าทายเป็นจังหวะที่หล่อนจะต้องก้มลงมากอดเขาตามบทพอดี รอยยิ้มอ่อนหัดฉายแววสมใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ สวมกอดรอบคอเขาเอาหน้าอกตัวเองเบียดชิดแผ่นหลังกว้างตั้งใจจะเพิ่มแรงยั่วยุให้มากขึ้น แต่จินก็ยังคงนั่งนิ่งๆ ใช้เพียงสายตาที่โต้ตอบ อยากเป็นข่าวมากนักล่ะก็ ได้! ฉันจะช่วยส่งเสริม

‘แต่ฉันคงจะไปกับเธอไม่ได้ ถึงฉันจะมั่วแต่อย่างน้อยฉันก็เลือกเกรด แค่ดาราหน้าใหม่ปลายแถวอย่างเธอ ไปอัพขึ้นมาให้มันเร้าใจกว่านี้หน่อยแล้วค่อยมาต่อรองกันใหม่ก็แล้วกัน ฉันไม่ชอบเทรนพวกอ่อนหัด’ กระซิบตอบไปที่ริมหูหล่อนบ้างก่อนจะดันตัวลุกขึ้นสร้างความสนใจให้คนทั้งกองงงทันทีว่านักร้องหนุ่มลุกขึ้นมาทำไม คงมีเพียงแค่ผู้จัดการส่วนตัวชื่ออุเอดะเท่านั้นที่เริ่มนั่งไม่ติดที่กับลางสังหรณ์คุ้นเคย จินแค่นยิ้ม ก็ต้องลุกสิ จะนั่งอยู่ให้หูแตกเหรอ
 
‘กรี๊ดดดดดดด นาย!!!!!!!!!! อาคานิชิ!!!!!!!!!!!!’ นี่ขนาดลุกหนีออกมาแล้ว เสียงกรี๊ดโตเกียวสะเทือนของเจ้าหล่อนยังดังมาหลอกหลอนอยู่จนถึงตอนนี้ เสียงลมที่พัดปะทะเข้าหน้าก็ยังเอาไม่อยู่ไม่เว้นแม้แต่เสียงหัวเราะสนุกสนานของคนที่นั่งเอาคางเกยไหล่เขา สงสัยจะหนีออกมาห่างน้อยเกินไป เซ็งจริงๆ

“หึๆๆ นายนี่มันสุดยอดแบดบอยของแท้เลยนะจิน” โทโมฮิสะที่เอาแต่หัวเราะสนุกกับเรื่องเล่าของจินตบไหล่หนาไปพลางกระซิบล้อเลียน

“แล้วสนใจจะไปสนุกกับฉันบ้างรึเปล่า”

“ถ้าเป็นนายน่ะได้ ฉันไม่เกี่ยง” ร่างสูงหัวเราะตอบเบาๆพาให้โทโมฮิสะหัวเราะคิกคัก

“งั้นก็ที่เดิมเลยจิน” กระซิบบอกอีกครั้งเป็นอันเข้าใจกัน โทโมฮิสะหลับตาแน่นฟังเสียงลมที่เริ่มจะดังขึ้นเพราะความเร็วของแฟนทอมที่เพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง

“เกาะแน่นๆแล้วกันคุณชาย”
-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-

“คาซึยะจัง มาช่วยตรงนี้หน่อยได้มั๊ยจ๊ะ” เสียงอ่อนหวานที่ขานเรียกมาจากทางหลังร้าน ทำให้คนที่กำลังง่วนอยู่กับการปัดทำความสะอาดแผงหนังสือข้างหน้าเงยหน้าขึ้นมาขานรับก่อนจะวิ่งเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น

“โคสุเอะซังมีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ” ใบหน้าขาวที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มกับทรงผมจุกน่ารักบนหัวโผล่มาให้คนเรียกต้องหัวเราะขึ้นมาน้อยๆ หญิงใหญ่ท่าทางใจดีส่ายหน้าเบาๆก่อนจะยื่นซองสีขาวนวลมาตรงหน้า

“ช่วยมารับเงินเดือนเดือนนี้ด้วยจ้ะ เธอน่ะ ทำงานจนลืมไปสองวันแล้วนะ” โคสุเอะหัวเราะเบาๆ มองเด็กหนุ่มร่างเล็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู คาซึยะรับซองจดหมายในมือมาถือเอาไว้ยิ้มๆ เอ่ยแซว

“เอาใส่ซองขาวมาอย่างนี้ผมใจแป้วนะครับ นึกว่าจะโดนไล่ออกแล้ว”

“ใครจะไปไล่เธอออกได้ลงล่ะจ๊ะ เด็กขยันๆอย่างเธอสมัยนี้หาไม่ได้ง่ายๆแล้วนะ” เอ่ยชมจนคนโดนชมต้องเอียงคอเขินอย่างช่วยไม่ได้ หน้าขาวเป็นสีเข้มขึ้นมานิดๆ

“นี่เป็นกลยุทธ์มัดใจพนักงานรึเปล่าครับ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านหนังสือของโคสุเอะซังถึงได้มีลูกค้าประจำเหนียวแน่นขนาดนี้”

“แล้วนี่เป็นกลยุทธ์เอาใจนายจ้างรึเปล่าล่ะจ๊ะ” เธอย้อนยิ้มๆให้เด็กหนุ่มได้หัวเราะบ้าง มองคาซึยะที่ร่าเริงแล้วก็พลอยร่าเริงตาม เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาสี่โมงเย็นเรียกให้ทั้งสองคนหันไปมองตามกัน
 
“อ้าว สี่โมงแล้วนี่ ทำไมยูอิจิคุงยังไม่มาอีกล่ะ” โคสุเอะเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะเห็นคนคุ้ยเคยมารับพนักงานหนุ่มของเธอไปเช่นทุกวัน คาซึยะอมยิ้มเล็กๆกับคำถามนั้น

“เทอมนี้ยูอิจิมีเรียนถึงหนึ่งทุ่มเกือบทุกวันครับ คงไม่ได้มารับผมอีกแล้วล่ะ”

“ดูสีหน้าเธอจะดีใจเอามากๆเลยนะที่ยูอิจิคุงมาไม่ได้น่ะ สารภาพมาดีกว่าว่าแอบไปสมัครงานเพิ่มมาอีกแล้วใช่มั๊ย” เธอเดาอย่างรู้ใจ เพราะทำงานด้วยกันมาตั้งหลายปี ทำไมจะไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ดิ้นรนที่จะทำงานหาเงินมากแค่ไหน

“นี่ถ้ายูอิจิรู้เข้าล่ะก็…”

“โคสุเอะซังก็อย่าบอกสิครับ ที่ทำงานใหม่ของผมก็อยู่เลยอพาร์ตเมนท์ไปแค่สองบล็อกเท่านั้นเอง เลิกงานหกโมงครึ่งรับรองว่าผมกลับไปทันก่อนยูอิจิเข้าห้องแน่ๆ” คาซึยะรีบอธิบายอย่างออดอ้อน สาวใหญ่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ รู้ดีว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้คาซึยะต้องพยายามขนาดนี้ 

“เอาเถอะจ้ะ ฉันไม่บอกแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะโกหกนะจ๊ะ”

“แค่นี้ก็ขอบคุณแล้วครับ” คาซึยะรีบฉีกยิ้มเอาใจ เอื้อมมือจะไปปลดผ้ากันเปื้อนออกเพื่อเตรียมตัวไปทำงานอีกที่แต่ก็มีอีกเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาทางหน้าร้านเสียก่อน

“จากโรงพิมพ์บุ๊คเวิร์ลครับ มาส่งหนังสือ” คำบอกนั้นทำให้คาซึยะหยุดมือลงทันทีก่อนจะขานรับอย่างเคยชิน แต่โคสุเอะก็ดึงตัวคนที่จะก้าวออกไปหน้าร้านเอาไว้ซะก่อน

“เธอน่ะไปเตรียมตัวทำงานเถอะจ้ะ ต่อไปนี้น่ะโอ้เอ้อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วนะ” เธอบอกพร้อมกับเป็นฝ่ายเดินออกไปรับงานแทน ทิ้งคาซึยะให้ยิ้มขอบคุณอยู่อย่างนั้นอย่างดีใจก่อนจะเดินเข้าไปข้างหลังร้านเพื่อเปลี่ยนชุด โชคดีจริงๆที่เขาได้นายจ้างดีๆอย่างนี้

“นิตยสาร หนังสือพิมพ์ แล้วก็หนังสือนิยาย ครบนะครับ” คนส่งของยังคงไล่ทวนรายการอยู่กับโคสุเอะอย่างตั้งใจ คาซึยะที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเดินออกมาจากหลังร้านเอียงคอฟังอย่างแปลกใจกับเสียงคุ้นๆนั้น

“อ๊า…อุจจี้!” แล้วก็ต้องเป็นฝ่ายร้องทักออกมาก่อนเมื่ออีกคนเงยหน้าขึ้นมา ชายหนุ่มผอมบางที่ถูกเรียกว่าอุจจี้ถึงกับตกใจที่โดนเรียกเสียงดังอย่างนั้นก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อได้เจอคาซึยะที่ส่งยิ้มร่ามาให้

“อ้าว คาเมะ”

“รู้จักกันด้วยเหรอจ๊ะ” โคสุเอะเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างแปลกใจ เพราะรู้ว่าไม่แปลกหรอกที่คนที่ทำงานมากอย่างคาซึยะจะรู้จักเด็กส่งหนังสือคนใหม่ของโรงพิมพ์นั้นโรงพิมพ์นี้ แต่ที่น่าแปลกใจคือคาซึยะรู้จักเด็กหนุ่มที่ชื่ออุจจี้ หรือฮิโรกิ อุจิจากโรงพิมพ์บุ๊คเวิร์ลคนนี้นี่สิ

“ผมเคยไปส่งหนังสือพิมพ์ให้ร้านหนังสือที่อุจจี้เค้าทำงานน่ะครับ นายเปลี่ยนงานเหรอ?” ตอนท้ายหันไปทางรอยยิ้มหวานที่ยังส่งมาให้ ฮิโรกิเลิกคิ้ววางหนังสือพิมพ์บันเทิงปึกสุดท้ายลงข้างตัว

“ใครว่าล่ะ ฉันเพิ่มงานต่างหาก” ใบหน้าสวยเอียงบอกอย่างน่ารัก คาซึยะไล่สายตาลงมองเพื่อนทั้งตัวแล้วก็รู้สึกแปลกๆชอบกลกับชุดฟอร์มแมสเซนเจอร์บอยที่ฮิโรกิใส่อยู่ ดูทำท่าแบบนี้แล้วมันน่าจะไปเป็นพริ๊ตตี้ซะมากกว่านะ

“แล้วนายจะไปไหนล่ะคาเมะ” ฮิโรกิถามเปลี่ยนเรื่องยิ้มๆทำเป็นไม่สนสายตาของคาซึยะ ใครจะไปยอมโดนมองคนเดียวกันล่ะ เขามองเห็นแล้วล่ะว่าคาซึยะกำลังจะไปไหน

“โรงพิมพ์ยูนิเวอร์บุ๊ค ฉันเองก็เพิ่มงานเหมือนกันนะ” คาซึยะยืดอกอวดยิ้มๆ โชว์ป้ายชื่อพนักงานฝึกหัดที่เหน็บเอาไว้ที่กระเป๋าเสื้ออย่างเห่อๆ ฮิโรกิหัวเราะร่วน ไม่ต้องโชว์ก็เห็นหราอยู่หรอก
 
“จะเป็นแมสเซนเจอร์บอยแข่งกับฉันงั้นรึไง ไปด้วยกันสิเดี๋ยวฉันต้องไปทางนั้นพอดี” บอกด้วยรอยยิ้มแฝงความสนุกจนโคสุเอะยังเห็นชัดและอดที่จะขำออกมาไม่ได้เมื่อเห็นคาซึยะตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

“เอาสิ ไปๆ” ตอบรับได้อย่างไม่ต้องลังเล ฮิโรกิหันมาลาโคสุเอะยิ้มๆก่อนจะเดินนำไปที่มอเตอร์ไซต์คันเล็ก โคสุเอะยืนมองสองหนุ่มที่ขึ้นมอเตอร์ไซต์พากันออกไปแล้วก็ถอนใจเบาๆออกมาทดแทนที่ต้องกลั้นขำอยู่ตั้งนานสองนาน

“ทำงานอยู่แวดวงนี้แท้ๆ แต่ไม่รู้อะไรเอาซะเลยนะคาซึยะจัง” พึมพำออกมาติดจะเอ็นดูมากกว่าจะติอะไรจริงจัง แต่พอหันหลังจะเข้าร้านเท่านั้นเธอก็ต้องสะดุ้งกับร่างสูงที่ยืนมองมาด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ

“ยูอิจิคุง!”

“คาซึยะไปไหนน่ะครับ คุณโคสุเอะ” ยูอิจิเอ่ยถามออกมาพร้อมกับดันแว่นตาขึ้นเพื่อเพ่งมองคนที่พาคาซึยะซ้อนท้ายไป หญิงใหญ่ทำได้แค่เพียงยิ้มส่งให้ ไหนคาซึยะจังบอกว่าวันนี้ยูอิจิมีเรียนถึงหนึ่งทุ่มไง

“นี่ถ้าวันนี้อาจารย์ไม่ยกเลิกคลาสผมคงจะไม่รู้อีกแล้วสิครับว่าเค้ารับงานเพิ่มอีกแล้ว…ใช่มั๊ยครับ” เป็นยูอิจิเสียเองที่แปลความหมายรอยยิ้มของโคสุเอะออกมาโดยที่เธอไม่ต้องอธิบายใดๆ

“เมื่อไหร่ผมจะวางใจรอยยิ้มที่เขาส่งให้ทุกเช้าได้ซักทีนะ” รอยคิ้วที่ขมวดมุ่นนั้นกับแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงจากใจทำให้โคสุเอะต้องถอนใจออกมา

…เอาล่ะ ฉันไม่บอกแต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะโกหกตามสัญญานะจ๊ะ…คาซึยะ…

-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-


1 Response to “-+ Mind Delusion 01 +-”


  1. March 13, 2008 at 5:16 pm

    เรามีเรา โห…เจ๊มาโพสที่นี้ก็ไม่บอกเลยอะ
    ใจร้ายๆ…แต่เราก็จะเข้ามาอ่าน
    อ๊าง…แล้วจะเอาไปโพสที่บ้านไหมค่ะ
    รออยู่เสมอ

    เพราะมีแต่เราที่เข้าใจ เราจึงมีเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ (เขียนอะไรว่ะ รู้เรื่องไหมเนี๊ย)


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


March 2008
S M T W T F S
« Feb   Apr »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

Hello Everyone

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ IZ Club ค่ะ

ที่นี่คือไดอารี่ของอันปังนะคะ
อาจจะมีลงเพลงบ้าง นอกเรื่องบ้าง
แล้วแต่ความครึ้มน่ะค่ะ ^^

ยังไงซะถ้าหาอะไรชอบอะไร
อยากได้จากที่นี่ก็อนุญาตนะคะ
แต่ลงเครดิตให้หน่อยก็ดีค่ะ

สำหรับใครที่อยากโหลดเพลง
หาดูดีๆ มีที่ให้โหลดนะ (ยิ้ม)

a

Blog Stats

  • 32,728 hits

Human Calendar


%d bloggers like this: