26
Mar
08

1+1=1 :: Are you alone?? :: [Ending : RYUICHI PART]

นี่…ริว…นายคิดจะจ้องสนามให้มันทะลุไปเลยรึไงกันน่ะ…
ฉันจ้องเพราะอาจจะอยากมุดลงไปก็ได้
…นายนี่ท่าจะบ้าเอาจริงๆ ฉันว่าฉันบ้าแล้ว…นายดันมาบ้ากว่าฉันอย่างนี้ฉันงงตัวเองนะ (หัวเราะ)…
นี่ขนาดงงนายยังขึ้นมานั่งบ้าอยู่คนเดียวตั้งนานเลยทำมาว่าฉัน
…เห็นด้วยเหรอ…ฉันนึกว่าฉันเห็นนายฝ่ายเดียวซะอีก…
เห็นสิ…เล่นนอนสะท้อนแสงอยู่คนเดียวบนนั้นน่ะ ทำอย่างกับมาแอบมองใคร
…แล้วนายล่ะมาแอบมองใคร…เกาะราวดาดฟ้าชะโงกลงไปจนจะหัวทิ่มอยู่แล้ว…
ปากนายนี่มันจริงๆเลยนะเรียว
…แล้วนายล่ะ…มันก็พอกันละน่า 555…เค้าว่า…ผี…มักเห็นผีด้วยกัน…นายแอบมองใครบอกมาดีกว่า…
รู้ดีนักนะ เรื่องอะไรต้องบอกล่ะ แลกกันสิ นายล่ะมองใคร
…ไม่บอกเหมือนกัน…(แลบลิ้น)…นายไม่บอกฉันก็รู้หรอกน่า…
รู้??? งั้นเหรอ…งั้นไหนบอกซิ…ว่าฉันมองใคร
(ยิ้ม)…ก็ได้…นั่นไง…คนที่นายมอง

…เคตะ…

1+1=1…โจทย์ข้อนี้…คุณว่า…มันต่างจาก 2+1=1ยังไง???

=============================

[Ending : RYUICHI PART]
การรักใครสักคน…มันง่ายแค่ไหน…??
แล้วการเลิกรักล่ะ…มันยากเพียงใด…??
เลิกรัก และเริ่มต้นรัก…อย่างไหน…มันง่ายกว่ากัน…
…ไม่มีใครตอบได้…แม้แต่ตัวผมเอง…

ความคิดที่วนเวียน ความรู้สึกที่วกวน อึดอัด พูดไปออกบอกไม่ได้ กับอากาศหนาวๆแห้งๆที่รายล้อมอยู่รอบตัวทำท่าจะเย็นหนักขึ้นทุกทีจนสองขาที่ก้าวดุ่มๆอยู่ของผมต้องหยุดลงอย่างเหนื่อยๆ หลายๆอย่างในสมองมันวุ่นวาย ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กลุ่มเมฆรวมตัวกันหนาแน่นราวกับว่าจะกลั่นอะไรออกมาสักอย่าง…หิมะ…

ผมหยุดยืนมองเมฆครึ้มก้อนใหญ่นั้นอยู่นานโดยไม่รู้ตัว ความเย็น ความเหงา แทรกซึมรวมกันอยู่รอบๆตัวผมให้มั่วไปหมด สีเมฆเทาๆ กับสีขาวเลือนๆ ทำให้ผมนึกถึงใครบางคนขึ้นมา…ใครบางคนที่ทำให้หน้าอกปวดหนึบขึ้นมาได้ทุกครั้งที่มองหน้า…เ…

“ริว!!! มายืนทำอะไรตรงนี้เนี่ย!!!” เสียงใสๆที่ผมคุ้นเคยเสมอร้องทักขึ้นมาจากที่ไหนสักที่หนึ่ง ผมหันไปมองตามเสียงในทันทีก่อนที่จะเจอเขายืนอยู่ที่หน้าต่างบ้านชั้นสอง…บ้านหลังเล็กๆที่ผมคุ้นเคย…นี่ผม…มาหยุดอยู่ที่นี่ได้ยังไง…

“หยุดอยู่ตรงนั้นล่ะเดี๋ยวลงไปหานะ” ร่างเล็กที่เป็นเจ้าของบ้านบอกยิ้มๆ แล้วเพียงไม่นานผมก็ได้เห็นเข้าวิ่งพรวดเปิดประตูออกมาจากบ้าน แก้มขาวๆแดงขึ้นมาหน่อยคงเพราะเหนื่อยและหนาวแน่ๆ

“มาทำอะไรที่นี่ ดึกแล้วนะ หนาวด้วย” เขาเอียงคอถามผมคิ้วขมวด รอยยิ้มที่ผมมักจะได้เห็นเสมอเวลาเขาอารมณ์ดียิ้มกว้างอย่างน่ารัก ผมมองใบหน้าที่ผมเคยเฝ้าคิดถึงนั้นก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋า ยิ้มให้เขาบางๆ

นั่นสินะ…ผมมาทำอะไรที่นี่ล่ะ…

“แล้วนายทำไมยังไม่นอนเคตะ” แทนที่จะตอบผมกลับย้อนถามไปซะอย่างนั้น ผมเห็นคิ้วเคตะขมวดเข้ามาอีกก่อนที่เจ้าตัวจะบ่น

“อะไรกัน ฉันถามทำมาย้อนถาม ติดนิสัยเรียวเฮมาแหงๆเลยเนี่ย” เขาชี้หน้าล้อผมหน่อยๆ เพราะไอ้นิสัยถามแล้วโยกโย้อย่างนี้เท่าที่รู้จักมาก็มีอยู่คนเดียวเนี่ยล่ะ ผมหัวเราะฝืดๆออกมากับสิ่งที่เคตะล้อด้วยความรู้สึกแปลกๆในอกอยู่ครู่ จนเคตะสังเกตได้ มือเล็กเอื้อมมาจับที่หน้าของผมทันที

“เป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ทะเลาะกับเรียวเฮมารึไง” น้ำเสียงที่ถามผมแสดงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด ผมส่ายหน้าเบาๆ

“เปล่า…ไม่ใช่…”

“แล้วมีอะไร นายต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ” มือเล็กๆของเคตะเขย่าแขนผมขึ้นมาเป็นเชิงบังคับเล็กๆ ผมเหลือบตาขึ้นมองหน้าเขาน้อยๆก่อนจะถอนใจออกมาอีก ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ถึงความสัมพันธ์ของเราจะมีอะไรมากมายหลายๆอย่างที่แปลกต่างออกไป แค่ได้ยินคำถามนี้…

“ขอเข้าไปนั่งเล่นซักพักได้รึเปล่า…” ผมย้อนถามออกไปด้วยรอยยิ้มเจือจาง ความรู้สึกหลายอย่างข้างในมันผลักดันให้ผมเลือกที่จะหาที่พักใจซักที่…และผม…ก็เลือกที่นี่…สถานที่ที่ผมไม่ได้มาเป็นเวลานานกว่าครึ่งปีแล้ว ด้วยเหตุผลของความผูกพัน…เพื่อน…คำนี้ทำให้ผมรู้ว่าเคตพร้อมจะต้อนรับเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ เช่นเดียวกับผม

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” แล้วรอยยิ้มน่ารักนั้นก็ยิ้มให้ผมอีกครั้งพร้อมกับบีบกระชับมือแน่นเข้า มือเย็นๆกับรอยยิ้มของเคตะยิ่งทำให้ผมรู้สึกตัว ปวดหนึบที่หน้าอกขึ้นมาอีกแล้ว ปวด…เพราะความเป็นจริงที่แทรกเข้ามา…ภาพใบหน้าและรอยยิ้มของใครบางคนที่ซ้อนทับเคตะขึ้นมาตอกย้ำให้ผมเข้าใจตัวเองแจ่มชัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

…ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันเอาแต่คิดถึงนาย…เรียวเฮ…

============================

…นายทำให้ฉันหัวเราะได้อีกแล้วเรียว…นายเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างๆทุกครั้งที่ฉันอ่อนแอทุกที…
…ถ้าจะถามอีกครั้ง นายจะให้คำตอบฉันได้มั๊ย…
…เรา…คบกันเถอะนะ…

เขาแอบรักเพื่อนตัวเอง…เหมือนผมที่แอบรักเพื่อนตัวเองเหมือนกัน
เขาอกหัก เพราะไม่ว่ายังไง เขากับเพื่อนเขาก็เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น
ผมอกหัก เพราะไม่ว่ายังไง ผมกับเพื่อนผมก็เป็นได้แค่เพื่อนเหมือนกัน
ผมไม่ได้ชวนเขาคบเพียงเพราะเราอกหักเหมือนกัน…
แต่ที่ผมทำไปอย่างนั้น….เพราะผม…ไม่อยากจะให้เขารักใครข้างเดียวอีกแล้ว
อยากให้หันมามองอีกข้าง…อยากให้รู้ว่าข้างนั้น…มีผมแล้วนี่ไง…

ในห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผมและเคตะนั่งอิงกันเหมือนเคยอย่างที่เคยทำกันมาเสมอ เราสองคนนั่งกันเงียบๆไม่พูดอะไรเลย ผมไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่เงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องสีขาวตุ่นๆนี้อย่างเหนื่อยๆ

“ริว…” แล้วในที่สุด เสียงใสๆนั้นก็เอ่ยขึ้นมาก่อนจนได้ ผมเพียงแต่หันหน้ามามองตาแป๋วๆที่จ้องผมอยู่แล้วก็เลิกคิ้วเป็นเชิงรับน้อยๆ

“นายน่ะ…” เขาว่าค้างไว้แค่นั้น ก่อนที่จะเอื้อมมือมาที่ผม ผมมองการกระทำของเคตะงงๆ กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มือเย็นๆนั้นก็เอื้อมขึ้นมาแตะที่หน้าผมแผ่วๆแล้ว “พูดในสิ่งที่คิดออกมาบ้างจะดีกว่านะ”

“โกรธเหรอ”

“เปล่า…แต่ฉันเป็นห่วง” เคตะบอกยิ้มๆ เป็นยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกสำนึกผิดขึ้นมาในใจ รู้สึกผิด…ที่เผลอคิดไปได้…ว่าอยากจะให้มันเป็นรอยยิ้มของใครอีกคนหนึ่ง

“ขอโทษ” ผมส่งต่อความรู้สึกของผมให้เคตะไปแผ่วเบา สบตากับดวงตาคู่สวยนิ่ง แล้วก็เป็นเคตะที่ถอนใจออกมาก่อน

“ช่างมันเถอะ” เขาบอกแค่นั้นแล้วก็หันหน้ากลับมานั่งพิงกับผมตามเดิม ทำให้เขาไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มของผม รอยยิ้มขอบคุณที่มอบให้กับคนรู้ใจที่สุด ผมรู้ว่าเขาหันหน้าไปทำไม เคตะกำลังรอ…รอให้ผมพูดอะไรออกมาซักอย่างอย่างอดทน

ผมไม่เคยเชื่อ…ที่ใครๆก็ว่ากันว่า…ความรักชอบเล่นตลก…หากตอนนี้ ถึงเวลาที่ผมต้องเชื่อแล้วรึเปล่า…
แปลกมั๊ย…ทั้งๆที่ผมกำลังนั่งอยู่กับคนที่ผมเฝ้าคิดถึงมาตลอดสามปี
…คนที่ผมคิดแต่จะทำยังไงให้เขาหันมาแม้จะไม่ได้หันมาด้วยความรัก…
…ทั้งๆที่ทุ่มเทลงไปมากขนาดนั้น…แต่ทำไม…ตอนนี้ผมกลับไม่รู้สึกอะไรเลย…
ตรงข้าม…ความตื่นเต้น…ความปวดร้าว…ความหวงแหนนั้น…มันกลับไปอยู่กับใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ซะได้…

ความรักเล่นตลกกับผมจริงๆ…จะผิดรึเปล่า…ถ้าผมจะเลิกรักใคร และเริ่มต้นใหม่ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

…ผมเคยถาม…ว่าทำไมสามปีของผมกับสามเดือนของยูสุเกะถึงเท่ากัน…ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเพราะอะไร…
…เพราะความรัก เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เวลา…

ความรัก…มันเกิดขึ้นกับผมโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย
กับเคตะ…มันเป็นเหมือนดวงอาทิตย์…
เขาทำให้ผมอบอุ่น จนผมต้องเงยหน้ามองและคิดจะคว้า…
หากแต่กับเรียวเฮ…มันเป็นเหมือนเช่นลมพัด…
…ลม…ที่เราไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่…จะรู้สึกได้…ก็ต่อเมื่อลมผ่านไปแล้วทิ้งความเย็นเอาไว้ทุกที…

“เคตะ” ผมเรียกชื่อร่างเล็กที่นั่งโยกเบาๆอยู่ข้างๆขึ้นมา

“หืม??”

“กับชินยะ…ไปได้ดีมั๊ย” ผมถามถึงคนรักคนใหม่ของเขา ถามทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเคตะจะมีความสุขดีแค่ไหนกับผู้ชายที่มีแต่จะให้กับเคตะ แต่ผมก็แค่อยากจะแน่ใจ เคตะเอียงหน้ามามองผมนิดหนึ่งก่อนจะอ้อมแอ้มออกมาเขินๆ

“ก็ดี…ดีนะ…ดีกว่ายูสุเกะอีก ริวจังล่ะ…กับเรียวจังดีรึเปล่า” เขาย้อนถามผมยิ้มๆ ผมหลับตานึกถึงภาพที่มักจะเห็นจนชินตาทุกวัน เรียวเฮที่ยิ้มแย้ม เรียวเฮที่ร่าเริง และทำให้ผมมีความสุขได้เสมอไม่ว่าเมื่อไหร่

“ก็…ด…” คำว่าดีกำลังจะหลุดออกจากปากของผม หากภาพบางอย่างกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อนทำให้คำตอบถึงกับหยุดชะงัก ภาพสายลมเย็นๆกับอากาศหนาวอู้ที่พาให้ร่างบางภายใต้การโอบอุ้มของลมนั้นเหน็บหนาวจนตัวสั่น กับสายตาเงียบเหงาที่มักจะมองมาที่ผมมันผุดขึ้นมาชัดจนหัวใจของผมที่กำลังจะสงบกระตุกและเจ็บปวดขึ้นมาอีกแล้ว

สายตาของคนที่รอคอยความรักจากใครสักคนอย่างคาดหวัง
…ความหวังที่ทนุถนอมเอาไว้นั้น…นายเก็บไว้เพื่อใครนะ…

“ริว…???!!!” เคตะหันกลับมาเรียกชื่อผมเมื่อผมเงียบไปนานเกิน ก่อนที่เขาจะชะงักและเงียบตามผมไปอีกคน ผมเห็นเคตะหน้าเสียไปเล็กน้อย แววตาคู่สวยนั้นตัดพ้อผมออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันไม่สำคัญพอที่นายจะบอกอะไรรึไง ฉันจะเป็นที่พึ่งให้นายบ้างเลยไม่ได้รึไงกันริว…นายยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่รึเปล่า” เสียงใสๆนั้นต่อว่าผมเบาๆด้วยความน้อยใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อน คำว่า ’เพื่อน’ นั้นมันคงทำให้ผมเสียใจจนไม่อาจทนนั่งอยู่ข้างๆเขาได้ แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว ผมหันหน้ากลับมาสบตากับเคตะที่จ้องมองมาที่ผมอย่างคาดคั้น เป็นครั้งแรกนับจากวันนั้นที่ผมกล้าที่จะสบตากับเคตะจริงจัง ตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยแววน้อยใจลึกข้างในมันเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ผมไม่เคยมองเห็น ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

“นายเป็นยิ่งกว่าเพื่อนของฉันเคตะ…” ผมบอกความในใจที่ไม่เคยได้บอกออกไป ความจริงที่มันจะคงอยู่เสมอ ถึงจะรักไม่ได้ ถึงตอนนี้จะไม่ได้รัก แต่นายเป็นมากกว่านั้นแน่ๆ

“งั้นบอกมาสิ…ว่านายกำลังไม่สบายใจอะไร…”

“ฉัน…”

============================

เรียวเฮมักจะมองผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดเสมอ
เรียวเฮมักจะนั่งมองเหม่อ ออกไปที่ไหนซักที่ที่ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น

เรียวเฮจะรู้เปล่า…มันทำให้ผมละสายตาไปจากเขาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ผมรู้…เพราะยังลืมไม่ได้ใช่มั๊ย…แล้วจะทำยังไงให้เขาหันมามองที่ผมคนเดียวได้ล่ะ

คำถามนี้ผมถามเคตะออกไปอย่างไม่อาย ใช่…นี่ล่ะคือสิ่งที่ผมเฝ้าแต่กังวลในเรื่อยมา ยิ่งในช่วงเดือนหลังนี้ที่เรียวเฮยิ่งจะชอบตากลมเป็นพิเศษยิ่งทำให้ผมเจ็บลึกเข้าไปยิ่งกว่าโดนทำร้ายจิตใจ ในสมองมีแต่คำถาม…ทำไม…ทำไม…และทำไม…

‘แล้วถ้าเรียวเฮจะไม่หันกลับมา…ริวจะเลิกรักมั๊ย’ เคตะย้อนถามผมด้วยคำถามที่ทำให้ผมต้องหยุดคิด

เลิกรักเหรอ…นั่นสินะ…ผมจะเลิกรักเขาหรือเปล่า…เหมือนอย่างที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเคตะแล้วตอนนี้…
จะละทิ้งรอยยิ้มสีสวย แววตาอบอุ่น กับน้ำเสียงที่ร่าเริงนั้นเหมือนกับที่ละทิ้งจากเคตะได้รึเปล่า…
คำตอบคือ…ไม่ได้..ไม่ได้แน่ๆ…ไม่มีเหตุผล…ไม่รู้เพราะอะไร…ผมรู้แต่ว่า…ครั้งนี้…
…ผมปล่อยให้ความรักของผมพัดผ่านไปไม่ได้อีกแล้ว…

’ที่ไม่ตอบเพราะรู้ว่าทำไม่ได้ใช่ไหม เรียวเฮก็เหมือนกัน‘ เคตะโยกตัวเล่นบอกผมยิ้มๆ หากเน้นย้ำประโยคหลังจนน่าแปลกใจ ผมหันกลับมามองเคตะอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ได้เพียงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยปริศนายิ่งกว่าเก่า

‘มองเรียวเฮให้จริงจังกว่านี้ มองให้ลึกกว่านี้ คำตอบที่ริวอยากได้อยู่ที่นั่น’ เคตะบอกอย่างนั้น บอกราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถที่ผมจะทำได้เลย

มองให้ลึกและจริงจังงั้นเหรอ…คำพูดของเคตะ แฝงความหมายอะไรเอาไว้กัน…

อากาศข้างนอก ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว ลมหายใจของผมมันลอยออกมาเป็นควัน ยกนาฬิกาขึ้นมามองดูเวลาก่อนจะมองไปที่ท้องฟ้ารอบๆ

…อยากเจอเรียวเฮ…เป็นสิ่งที่ผมคิดอยู่ในตอนนี้ อันที่จริงตั้งแต่ที่ผมรู้ตัวว่าผมละสายตาจากเขาไม่ได้ ผมก็ไม่อยากที่จะอยู่ห่างจากเรียวเฮอีกเลย ไม่อยากให้เขาคิดถึงใครในเวลาที่ไม่มีผมอยู่ใกล้ๆ แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นแววตาของเขาทีไร…มันเหมือนกับว่าเขาจะผลักผมออกไปให้ไกลทุกที

ดึกป่านนี้แล้ว…เรียวเฮจะเป็นยังไงบ้างนะ…ไข้จะลดแล้วรึยัง… เป็นไข้เพราะเอาแต่ตากลมคิดถึงใคร…ถึงแม้ว่าจะน่าน้อยใจ แต่มันก็หยุดความเป็นห่วงของผมไม่ได้ ร่างกายบอบบางที่อุ่นจัดอยู่ตลอดเวลานั้น…ตอนนี้จะเย็นลงบ้างแล้วรึยังก็สุดรู้

…ไปหา…เหมือนความรู้สึกของผมสั่งการให้มันเป็นอย่างนั้น ความคิดของผมเร่งให้สองเท้าก้าวให้เร็วขึ้นอีกหน่อย ทางตรงที่จะพาผมกลับบ้านไม่ได้อยู่ในสายตา จุดมุ่งหมายคือทางเลี้ยวขวาข้างหน้าที่จะพาไปบ้านเรียวเฮต่างหาก สายตาของผมจ้องมองไปที่หน้าต่างห้องเรียวเฮที่อยู่ไม่ไกล ห้องชั้นสองที่เรียวเฮอยู่นั้นมันสูงและใกล้พอที่ผมจะเห็นได้แล้ว ไฟในห้องนั้นเปิดอยู่เลือนรางทำให้ผมชะงักและเพ่งมอง…

…ตื่นแล้วเหรอ…ผมถามคำถามกับตัวเอง หากคำตอบกลับทำให้สองเท้าของผมหยุดชะงักลงได้ราวกับทุกอย่างในโลกนี้หยุดนิ่ง มีเพียงอย่างเดียวที่กำลังเคลื่อนไหว…ผ้าม่าน….และ…

ไม่รู้ตัวเลยที่สองเท้าเปลี่ยนจากก้าวเดินเป็นออกวิ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมรู้แต่ว่าผมต้องวิ่ง…อย่างไม่คิดที่จะหยุดจนกว่าจะได้เห็นอย่างแน่ใจว่าคนที่กำลังยืนอ้าแขนรับลมหนาวให้ปะทะเข้าหน้านั้นคือร่างเล็กที่ผมกำลังคิดถึงจริงๆ ผมมาหยุดพักหายใจเมื่อมาถึงที่หน้าหอพัก หากสายตาไม่ได้ละไปจากร่างขาวๆนั้นเลย เรียวเฮ!!

“บ้าชะมัด!!!” ผมสบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย ทั้งๆที่ไม่สบาย ทั้งที่ทำไปมันเกิดอะไร แล้วเขาจะทำไปให้มันได้อะไร ใครคนนั้นมันสำคัญแค่ไหน ถ้าทำเพียงเพื่อจะให้ผมถาม ได้!!! ผมจะถาม ครั้งนี้ผมจะถามให้รู้ ถามให้มันเจ็บลงไปแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวและเป็นครั้งสุดท้าย แล้วผมจะไม่ถามเขาอีกเลย

“เรียว!!!” แค่เพียงเอ่ยเรียก ดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิทนั้นก็ค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ ก้มลงมามองผมที่อยู่ข้างล่าง ก่อนที่รอยยิ้มที่ผมจะได้เห็นเสมอทุกครั้งที่ผมเรียกจะเผยออกมา

“ริว” เสียงหวานนั้นเรียกเบา คลี่ยิ้มที่เป็นรอยยิ้มที่สวยและเศร้าที่สุดออกมา ทั้งๆที่ไม่น่าจะได้ยินเลย แต่ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีแต่สายลมพัดผ่านนั้น มันกลับดังชัดจนหน้าอกของผมมันปวดปลาบไปหมด

…เจ็บปวด…นายเจ็บปวดอะไร…

“นายอยากจะเป็นหวัดให้ตายไปเลยรึไง!!!” แทบไม่รู้ตัวที่ผมตะโกนใส่เขาออกไปด้วยความโกรธ สองมือจิกกำแน่นเผื่อว่าบางทีมันจะคลายความเจ็บภายในของผมลงไปได้บ้าง ทำไมถึงต้องยิ้มให้ฉันอย่างนั้นทั้งๆที่ใจนายมันไม่ได้มีฉันอยู่ในนั้นแม้แต่นิดเดียว

เสียงหัวเราะเบาๆของเรียวเฮดังมาตามลม คนตัวเล็กที่ยืนพิงผ้าม่านสีขาวนั้นเอนตัวซบกับขอบหน้าต่างพลางยิ้มกว้าง

“กลับมาทำไม…ลืมของเหรอ” เขาย้อนถามเหมือนไม่เดือดร้อนกับท่าทีของผม เหมือนกับทุกๆทีที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ครั้งนี้ผมไม่คิดที่จะปล่อยผ่าน หมัดที่กำแน่นของผมมันแน่นขึ้นจนผมแทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

“นายมองหาใครเรียว!!” ผมถามเสียงแข็ง ในอกมันหนักราวกับว่าทุกคำที่ผมพูดมันกระชากเอาเลือดเนื้อของผมออกมาด้วย ดวงตาคู่สวยนั้นแปรเปลี่ยนไปครู่หนึ่งก่อนที่มันจะกลับมาเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย

“ฉันคิดว่าริวจะไม่ถามซะแล้ว….” เสียงใสนั้นบอกสั้นๆ ขยับตัวให้เข้ามาใกล้ผมให้ได้มากที่สุด แต่มันก็แค่สุดขอบของหน้าต่างเท่านั้น “คิดว่าจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ”

“…พูดอะไรของนายกันน่ะ…” คำพูดนี้แทบจะไม่ได้หลุดออกจากคอของผมเลย…มันจุก…ตั้งแต่ประโยคแรกที่เขาพูดออกมาแล้ว หัวใจที่มันเต้นหนักๆ เต้นช้าลงแต่กลับปวดขึ้นทุกทีที่ได้ยินคำพูดของเขา ไม่สนใจงั้นเหรอ

…เรียวเฮคิดอะไร ทำไมผมไม่เคยเข้าใจ…

“ฉันมองหาคนรักของฉัน” คำตอบง่ายๆมาเร็วราวกับฟ้าฟาด ผมเอียงคอมองเขาอย่างหมดแรงกับคำตอบที่ไม่อยากจะได้ยินเป็นที่สุด เรียวเฮยังคงยิ้มเหมือนเคย รอยยิ้มที่เหมือนสายลม พัดมา…แล้วก็ลางไป…

“…คนรัก…ที่ไม่มีวันจะได้มา…” เสียงหวานบอกง่ายๆ ยิ้มส่งให้ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะเจ็บปวดหากมันเป็นเหมือนเรื่องราวที่มีคุณค่ามากที่สุด ทำไมผมจะต้องเป็นฝ่ายที่ได้รู้คำตอบก่อนที่จะพูดอะไรก่อนทุกที ไม่!!! ผมจะไม่ให้มันเป็นอย่างนั้น

ผมเค้นเสียงถามอย่างไม่เข้าใจ “นายมองหาใคร ทั้งๆที่ฉันก็อยู่ข้างๆนายอย่างนี้”

“พอเถอะริว…ที่ข้างๆริวน่ะมันไม่ใช่ฉันหรอก…” เขาก้มหน้าลงบอกผมเสียงแผ่ว สองมือที่เกาะขอบหน้าต่างนั้นดูเกร็งขึ้นมาคล้ายกับว่าเขากำลังกดอะไรบางอย่างลงไป แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าคำพูดของเขาอีกแล้วในตอนนี้ ทำไมถึงมีแต่คำปฏิเสธ ทำไมถึงมีแต่ความผิดหวัง ผมไม่ต้องการ!!!

“รู้ได้ยังไงว่ามันไม่ใช่!!! รู้ได้ยังไงว่าไม่ได้!!!! รู้ได้ยังไงว่าฉันคิดอะไร!!!!” ผมตะโกนถามออกไปอย่างเหลืออดเหลือทน ทำไมมันถึงสายไปเสมอสำหรับผม ความเงียบเข้าปกคลุมเราสองคนทันที ผมมองจ้องใบหน้าหวานนั้นอย่างรอคอยคำตอบ หากที่ผมเห็นมีเพียงร่างกายที่สั่นเทิ้มของเรียวเฮที่ค่อยๆสั่นแรงขึ้น…แรงขึ้นทุกที

“ตอบฉันมาสิเรียว!!” คำเร่งเร้าของผมกระตุ้นให้เขาเงยหน้า เรียวเฮเบือนหน้าหนีผมไปทางอื่นก่อนที่จะหันกลับมา จ้องตาผมที่เฝ้ามองอยู่ด้วยสิ่งที่ผมไม่หวังจะได้เห็น…น้ำตา…เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบผมทั้งน้ำตา

“เพราะฉันเห็นไง!! เห็นเสมอเวลาที่นายมองใคร เห็นทุกครั้งที่นายเจ็บปวด เห็น…ว่าไม่ว่าเมื่อไหร่นายก็ลืมเคตะไม่ได้ เลิกรักเคตะไม่ได้ และเลือกที่จะไปจากฉัน ไปทางนั้น!!! ไปหาเคตะ…” มือเล็กๆชี้ไปตามทางผมเพิ่งจะวิ่งกลับมา มือที่สั่นเทากับน้ำตาที่ร่วงพราวราวหิมะที่หยุดลงไม่ได้อีกแล้ว

“ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าครั้งไหน ความรักที่นายมีให้เคตะมันก็ไม่เปลี่ยนไป ความคิดของนายที่มีแต่เคตะ สายตาของนายที่มองแต่เคตะ แล้วอย่างนี้ยังจะบอกได้อีกเหรอว่าที่ตรงนั้นมันเป็นของฉัน ถ้าถามว่าฉันตากลมเพราะอะไร ฉันก็จะตอบให้มันเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้นายสนใจฉันได้ไงริวอิจิ พอแล้ว…พอเถอะริวอิจิ…อย่าให้ฉันต้องสมเพชตัวเองมากไปกว่านี้เลย อย่าให้ฉันต้องเจ็บปวดเพราะได้แต่เฝ้ามองนายหันหลังให้อยู่อย่างนี้เลย อย่าให้ฉันต้องมองหา…ความรัก…ที่ไม่มีวันจะได้มา…ฮึก…อย่างนี้เลย พอแล้ว…ฮึก…ฮึก…”

คำพูดสุดท้ายของเรียวเฮหายไปกับเสียงสะอื้นที่เขาพยายามจะกลืนลงคอ ทุกคำพูดที่เจ็บปวด ทุกคำพูดที่แสนจะทรมาน เรียวเฮระบายมันออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆอย่างคนที่ยอมแพ้หมดแล้วทุกสิ่ง หากมันกลับฝังลึกลงไปในใจผมด้วยความรู้สึกเต็มตื้นได้อย่างน่าประหลาด ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาเองก็ไม่ได้ต่างไปจากผม ทุกคำพูดที่เป็นความเสียใจ จะร้ายกาจเกินไปไหมถ้าผมจะบอกว่ามันเป็นยิ่งกว่าความดีใจใดๆของผมทั้งปวง ตอนนี้ผมเข้าใจถึงความหมายที่เคตะบอกผมแล้ว เคตะที่เข้าใจอะไรๆก่อนผม เพราะเขาเป็นคนที่อยู่ข้างหลังสุดในพวกเราสามคน

…มองเรียวเฮให้จริงจังกว่านี้ มองให้ลึกกว่านี้ คำตอบที่ริวอยากได้อยู่ที่นั่น…

ผมมองจ้องลึกเข้าไปข้างในร่างบอบบางที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นสะท้านอย่างหมดอาย ความทรงจำทั้งหมดไหลเวียนมาราวกับจะเฉลยว่าไอ้คนที่ผมกำลังหึงบ้าบออยู่นั่น ไอ้คนที่มันได้ความรักจากเรียวเฮไปนั่น มันคือไอ้ผู้ชายซื่อบื้อคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าเรียวเฮนั่นเอง

ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมเดินเข้าโรงเรียนมา ผมก็จะได้เห็นคนตัวเล็กที่คอยโบกมือทักทายให้เสมอ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมจะหันไปหาเคตะที่นั่งอยู่ข้างหลัง ผมก็จะได้เห็นรอยยิ้มของเขาก่อนรอยยิ้มของเคตะเสมอ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมไปนอนทอดอาลัยอยู่บนดาดฟ้า ผมก็จะได้เจอเขาที่มานอนเล่นอยู่เสมอ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมเดินกลับจากการแอบไปส่งเคตะ ผมก็จะได้เจอเขาที่ทางแยกนั้นเสมอเช่นกัน

ทุกห้วงเวลาที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมมองไปแล้วจะไม่เจอเรียวเฮ…ทำไมผมถึงได้ซื่อบื้ออยู่ตั้งนานอย่างนี้นะ สมควรแล้วที่ผมจะกลายเป็นฝ่ายที่ได้รู้คำตอบก่อนที่จะพูดอะไรออกมา เพราะผมมันบ้าและงี่เง่าอย่างนี้นี่ไง

แล้วมันก็ทำให้เราสองคนเข้าใจอะไรไขว้เขวจนเจ็บปวดกันทั้งสองฝ่าย

“…ขอโทษนะเรียว…ฉันขอโทษ…” ผมเอ่ยออกมาเป็นคำแรกหลังจากที่ทบทวนทุกอย่างจบ เรียวเฮเงยหน้าขึ้นมามองผมน้ำตาร่วงพราวกับสิ่งที่ผมพูดออกมา ก่อนจะเบือนหน้าหนีกับคำขอโทษนั้น ไหล่เล็กกำลังผินกลับจะเข้าห้อง

“เดี๋ยว!! เรียว…อย่าไปนะ…ฟังฉันก่อน…” ผมรีบรั้งเขาเอาไว้ สองเท้าขยับก้าวราวกับจะเข้าไปคว้าเขา ไม่ได้คว้าด้วยมือ แต่ผมจะคว้าเขากลับมาด้วยคำพูดของผม

“…ขอโทษที่ทำให้ต้องเจ็บปวด…ขอโทษที่ฉันมันซื่อบื้อและงี่เง่าที่ไม่รู้อะไรเลย…ขอโทษที่ฉันทำให้นายต้องมีน้ำตา…ขอโทษที่ฉันไม่รู้ว่าฉันได้ความรักจากนายมานานแค่ไหนแล้ว รู้รึเปล่าว่าทุกครั้งที่ฉันมองนายนั่งเหม่อออกไป…ฉันเจ็บปวดที่นายกำลังคิดถึงใครคนนั้น…รู้รึเปล่าว่าทุกครั้งที่ฉันหันกลับมาเห็นแววตาเศร้าๆของนาย…ฉันเสียใจที่เห็นว่านายยังลืมคนที่นายชอบไม่ได้…รู้รึเปล่าว่าทุกครั้งที่ฉันคิดจะกอดนาย…ฉันทำใจไม่ได้ที่จะเป็นตัวแทนของใคร…และที่ฉันไปหาเคตะวันนี้…รู้รึเปล่า…ว่าฉันหึง…หึงนายจนไม่รู้จะไปปรึกษาใครนอกจาก ‘เพื่อนรัก’ คนเดียวของฉัน…”

ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี สาราภาพความในใจทุกอย่างออกไปอย่างหมดอาย ผมจงใจเน้นย้ำคำหลังเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเคตะให้เขามั่นใจ ผมหวังว่าเขาจะรับรู้ได้และหันกลับมายิ้มให้ผมอีกครั้ง…เชื่อ…เชื่อฉันเถอะนะ…

“…ไม่จริง…” เขาค้านออกมาแผ่วเบา ยังคงไม่หันหน้ามาให้ผมได้แต่มองแผ่นหลังสั่นสะท้านนั้น ผมก้มหน้ายิ้มให้กับตัวเอง นั่นสินะ…สมควรที่เขาจะไม่เชื่อ…มันคงถึงเวลาที่ผมจะต้องทนมองเขาที่หันหลังให้บ้าง มันคงถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องพยายามอย่างจริงจังซักที

“เชื่อฉันเถอะเรียว…รู้รึเปล่าว่าทุกครั้งที่เรียวยิ้ม…ฉันถอนสายตาไปจากรอยยิ้มหวานๆนั้นไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว…มันอาจจะสายเกินไป…แต่…รู้มั๊ย…ตอนนี้…ฉันทำให้ตัวเองรักเรียวน้อยลงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว”

ผมสารภาพรักออกไปด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี ทิ้งไพ่ออกไปหมดมือหวังเพียงแค่จะได้เห็นเขาหันกลับมาเท่านั้น ผมเห็นเรียวเฮก้มหน้าลงร้องไห้ ไหล่บางสั่นสะท้านอย่างกับมีใครไปจับเขย่า และก่อนที่ผมจะคาดคิดเขาก็หันหลังกลับมาพร้อมกับปีนหน้าต่างกระโจนลงมาข้างล่างอย่างรวดเร็ว ผมมองเขาตาค้างไม่ต้องรอให้สมองสั่งการขาสองข้างของผมก็พาตัวไปรับเขาก่อนแล้ว

“เรียว!!!!” ผมร้องเรียกเสียงหลง คว้าตัวเขาเอาไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะถึงพื้นแต่มันก็ทำให้ผมเสียหลักล้มลงไปกระแทกพื้นเข้าเต็มๆ ผมกอดกระชับตัวเย็นๆของเรียวเฮแน่นป้องกันให้เขากระเทือนน้อยที่สุด ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองหน้าคนที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างโล่งใจระคนดีใจ การที่เขากระโดดลงมาหาผม…นั่นมันก็คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้วใช่ไหม ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เจ้าของใบหน้าหวานที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาก็ลงมือทุบรัวลงมาที่อกผมพลางต่อว่า

“นายมันบ้า!!! บ้าๆๆๆๆๆ รู้รึเปล่า!! บ้าที่สุดเลย” เขาพร่ำบอกอย่างนั้นพลางรัวทุบกำปั้นเล็กๆใส่ผม ผมได้แต่นั่งนิ่งๆให้เขาทุบได้ตามชอบใจ ไม่เถียงไม่บ่นอะไรทั้งนั้น ผมยอมรับทั้งหมดโดยสดุดี จนเขาอ่อนแรง มือสองข้างนั้นถึงได้หยุดลงพร้อมๆกับที่หยดน้ำใสๆนั้นรินลงมาอีก มือเล็กเปลี่ยนมาเป็นขยุ้มเสื้อผมจนยับสะอื้นฮักออกมา

“ก็เพราะฉันเองก็รักนายน้อยไปกว่านี้ไม่ได้เหมือนกัน ถึงได้ต้องเสียน้ำตาให้นายอย่างนี้ไง เพราะฉะนั้นห้ามปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เข้าใจรึเปล่า” เขาบอกผมด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาไหลพร่างพรายพร้อมกับซุกตัวเข้ามาในอ้อมกอดผม เลือนมือมากอดกระชับผมแน่นเช่นเดียวกับผมที่รั้งตัวเขาเข้ามากอดอย่างไม่คิดที่จะลังเลอีกแล้ว ต่อให้เขาไม่บอกผมก็ไม่มีวันที่จะปล่อย ไม่มีทางที่ผมจะกลับไปเป็นผู้ชายที่ซื่อบื้ออีกเป็นครั้งที่สาม

ลมหนาวๆของค่ำคืนที่เหน็บหนาวพัดมาแผ่วๆ พร้อมกับเกล็ดน้ำแข็งสีขาวร่วงลงมากระทบแก้มใสของเรียวเฮ หน้าใสที่เห่อแดงเพราะการร้องไห้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังโรยหิมะลงมาอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนที่มันจะร่วงลงมาแตะที่ริมฝีปากเรียวสวย ผมมองเกล็ดหิมะเกล็ดนั้นก่อนที่จะยิ้มออกมา

“ในที่สุดก็ร่วงลงมาให้ฉันจับได้ซักทีนะเรียว” ผมบอกพร้อมกับก้มหน้าลงประทับริมฝีปากที่ริมฝีปากใสของเขา ไอเย็นๆของละอองหิมะที่ซึมซาบเข้ามาไม่ชื่นใจเท่าการที่เขาเองก็มอบสัมผัสประทับให้ผมเช่นกัน สัมผัสที่อ่อนหวานนุ่มนวลจากคนที่เป็นเหมือนสายลม

…ลมที่พัดอยู่รอบกาย…และผมเชื่อว่าเขาจะไม่ห่างผมไปไหนอีกแล้ว…เช่นเดียวกับที่ผมก็จะไม่ปล่อยให้ลมถูกพัดไปจากชีวิตผมเช่นกัน…

การรักใครสักคน…มันง่ายแค่ไหน…??
แล้วการเลิกรักล่ะ…มันยากเพียงใด…??
เลิกรัก และเริ่มต้นรัก…อย่างไหน…มันง่ายกว่ากัน…
…ไม่มีใครตอบได้…แม้แต่ตัวผมเอง…

1+1=1…โจทย์ข้อนี้…คุณว่า…มันเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือยัง???
============== End ===============


0 Responses to “1+1=1 :: Are you alone?? :: [Ending : RYUICHI PART]”



  1. Leave a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


March 2008
S M T W T F S
« Feb   Apr »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

Hello Everyone

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ IZ Club ค่ะ

ที่นี่คือไดอารี่ของอันปังนะคะ
อาจจะมีลงเพลงบ้าง นอกเรื่องบ้าง
แล้วแต่ความครึ้มน่ะค่ะ ^^

ยังไงซะถ้าหาอะไรชอบอะไร
อยากได้จากที่นี่ก็อนุญาตนะคะ
แต่ลงเครดิตให้หน่อยก็ดีค่ะ

สำหรับใครที่อยากโหลดเพลง
หาดูดีๆ มีที่ให้โหลดนะ (ยิ้ม)

a

Blog Stats

  • 32,728 hits

Human Calendar


%d bloggers like this: