26
Mar
08

::: [2+1=1] ::: Why I’m alone :::

สำหรับผมแล้ว…เพื่อนรักกับคนที่ผมรักน่ะ…เป็นคนคนเดียวกันมาโดยตลอด…แต่ทำไมล่ะสำหรับเค้า…ผมถึงเป็นเพื่อนรักและคนรักในเวลาเดียวกันไม่ได้…???
ทำไมผมถึงไม่เป็นคนคนนั้นของเค้า…ทั้งๆที่เรา…ก็แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากคนรักกันเลย…
……2+1=1….มันก็เป็นแค่โจทย์ง่ายๆแต่อธิบายถึงความสัมพันธ์ของคนสามคนได้อย่างลงตัว….

=============================

“ริวอิจิ เลิกเรียนแล้วยังไม่กลับอีกเหรอ” เสียงเพื่อนๆที่ทักทายผม ต่างก็ทักอย่างแปลกใจที่วันนี้เห็นผมนั่งแปะอยู่ในห้องได้ ทั้งๆที่ปกติแล้ว…เวลาหลังเลิกเรียนเป็นเวลาที่ไม่น่าจะมีใครได้เจอหน้าผม

“ยังล่ะ…กลับไปก็เบื่อ” ผมตอบเซ็งๆ เอนตัวลงซบกับโต๊ะ ด้วยคำตอบและท่าทางนั้น เหล่าเพื่อนๆผู้สอดรู้สอดเห็นของผมก็รีบตามมานั่งจ๋องอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วงทันที

“ทำไมอีกล่ะ ทะเลาะกับเคตะรึไง” เรียวเฮหนึ่งในผู้นำขบวนการครั้งนี้ถามยิงตรงตามประสา

ใครๆเค้าก็รู้กันทั่วล่ะว่าผมกับเคตะที่เรียวเฮพูดถึงน่ะตัวติดกันแค่ไหน แต่วันนี้กลับไม่เห็นหน้าแฝดคนละฝาโผล่มาให้เห็นอย่างนี้ ไม่ให้สงสัยว่าทะเลาะกันแล้วจะเป็นอะไรไปได้

“เสียใจที่วันนี้นายเดาผิดนะเรียว เราไม่ได้ทะเลาะกัน” ผมตอบทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา…ผมว่าผมพูดถูกนะ…ก็เราไม่ได้ทะเลาะกัน…แต่ผมน่ะทะเลาะกับเคตะอยู่คนเดียว…

“อ้าว…แล้วเป็นอะไรล่ะ เคตะไปไหน ไม่เห็นมาหาเหมือนอย่างทุกที” ทุกคนยังคงถามอย่างสงสัย ผมถอนใจออกมาเฮือกใหญ่เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆทั้งหลายที่ตั้งตารอคำตอบของผมกันตาแป๋ว แล้วก็ถอนใจออกมาอีก

“เคตะไปหาแฟน” ผมตอบเบาๆ ไม่อยากจะตอบเลยให้ตายสิ

“อ๋อ….ห๋า!!! อะไรนะ ไปหาแฟน!!!” เจ้าพวกเพื่อนบ้า(ที่นำโดยเรียวเฮ) ร้องออกมาประสานเสียงเป็นการ์ตูน ผมเอามืออุดหูส่ายหน้าหน่ายๆ จะร้องทำไมกันวะ…

“เคตะมีแฟนเมื่อไหร่วะ ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” เสียงร้องถามกันขรม แล้วผมขี้เกียจจะอธิบาย ก้มหน้าลงไปนอนแต่ก็ทนแรงของเรียวเฮที่พยายามเขย่าผมให้ตื่นไม่ได้เลยจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเล่าแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก…จะให้เต็มใจได้ยังไง ในเมื่อผมกำลังจะเล่าว่าแฟนของเพื่อนรักผมเป็นใคร…

…ผมกำลังจะเล่าเชียวนะ…ว่าแฟนของคนที่ผมรักน่ะ…เป็นใคร…

=============================

“วันนี้ยูสุเกะเท่ห์มากเชียวล่ะ ริวอิจิ” ประโยคนี้ผมได้ยินมาแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนะน่าเบื่อชะมัด แต่จะไม่ฟังก็ไม่ได้อีก ผมย้ายหูโทรศัพท์มาไว้ที่หูอีกข้าง เอาไหล่หนีบไว้

“แล้วยังไง กะแค่ไปต่อคิวซื้อเครปให้นายแล้วไปไล่คนที่มาแซงคิวเนี่ยนะ โธ่เอ๊ย…เรื่องธรรมดาๆน่าเคตะ” ผมส่ายหน้าบอกแถมเบ้ปากใส่ เรื่องแค่นี้ผมก็เคยทำให้ แต่ไม่เห็นเจ้าตัวจะดีอกดีใจขนาดนี้เลย

“แต่มันไม่ธรรมดาสำหรับฉันนี่ แล้ววันนี้เป็นอะไรแขวะฉันได้ทุกประโยคเลยสิน่า” เสียงเคตะยังคงหัวเราะใสๆมาตามสาย นี่เค้าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยใช่มั๊ยว่าผมกำลังคิดอะไรรู้สึกอะไรอยู่น่ะ

“เปล่า…ก็ถ้าชีวิตรักนายราบรื่นนัก มันจะไปสนุกอะไรล่ะ…หึหึ…ง่ายๆล่ะว่าฉันอิจฉา” ผมเสตอบไปเรื่อยเปื่อย ที่จริงๆไม่เรื่อยเปื่อยนะ เพราะผมว่า…ผมอิจฉาจริงๆ

“อิจฉาหรือว่างอนที่หมู่นี้ฉันปล่อยให้ริวต้องกลับบ้านคนเดียว” ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะรู้ดีนักนะ…ผมต่อให้ในใจหลังจากที่หัวเราะให้เคตะฟังไปแล้ว เคตะน่ะ..รู้ใจผมทุกเรื่องแหละ ยกเว้นอยู่เรื่องเดียว เรื่องที่ผมรักเค้า

“จะไม่ให้ฉันงอนได้ยังไง ในเมื่อคนที่อ้อนฉันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อยู่ๆก็ไปนั่งอ้อนอยู่กับคนอื่นเฉยเลยน่ะ”

“อะไรกันล่ะริว….แค่นี้ทำน้อยใจไปได้…”

“ไม่ต้องมาพูดหรอก พรุ่งนี้ มะรืนนี้ มะเรื่องนี้ และต่อๆจากนี้นายก็คงจะไม่มาอ้อนฉันอีกต่อไปแล้วใช่มั๊ยล่ะ”

“ฉันยังไม่ได้บอกอย่างนั้นซักคำเลยนะ…ริวจังล่ะก็…ขอโทษที่หมู่นี้ฉันไม่ค่อยได้อยู่กับริวเท่าไหร่ เอาอย่างนี้มั๊ย วันเสาร์นี้ฉันไปอยู่กับริวที่บ้านดีกว่า ค้างด้วยเลยโอเครึเปล่า…โอเคนะ…” ก็เป็นอย่างนี้ทุกที เคตะคนนี้ชอบทำตัวเป็นแมวเสมอๆเวลาที่อยู่กับผม…คิดว่าผมจะตอบเค้าไปยังไง…ไม่น่าถามเลยเนอะ…คำตอบมันต้องมีอยู่อย่างเดียวแน่อยู่แล้ว…คำเดียวที่ผมจะตอบคนคนนี้ไปไม่ว่าเมื่อไหร่…มันก็ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น…

“ได้อยู่แล้วล่ะ  แต่เคลียร์กับที่รักนายให้ดีก่อนนะ อย่าให้มาเป็นปัญหาทีหลังแล้วกัน” ผมบอกคำตอบที่เชื่อได้แน่ๆว่าเค้าจะพอใจ แล้วเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความชอบใจก็หัวเราะกลับมาตามคาดเหมือนทุกครั้ง…ทุกครั้งที่เราเคยมีกันอยู่สองคน…แต่ตอนนี้ เสียงหัวเราะอย่างนี้ที่เขาเคยมีให้ผม…มันคงจะถูกแบ่งไปให้ใครอีกคนแล้วสินะ…

=============================

คืนวันศุกร์ผมนอนไม่หลับ…เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วสินะที่เคตะไม่ได้มาค้างที่บ้านผมตั้งแต่วันที่เค้าเดินเข้ามาบอกกับผมว่าเค้าได้คบกับคนที่แอบชอบแล้ว…วันนั้นหัวใจผมแทบหยุดเต้น….ทุกอย่างในหัวขาวโพลน…เราเป็นเพื่อนรักกันมากว่าสามปี…สนิทและรู้ใจกันมากขนาดที่ใครๆก็ล้อกันว่าเป็นแฝดคนละฝา…ล้อกันว่าผมน่ะเหมือนองครักษ์ที่คอยปกป้องแต่เจ้าหญิงเคตะ….อะไรๆก็มีแต่เคตะๆๆๆ ในขณะที่เคตะอะไรๆๆก็เรียกหาแต่ผม ริวอิจิๆๆๆๆ…แต่ทำไมล่ะ…พอมาถึงวันที่เค้ามาพูดว่าเค้ารักใคร…ทำไมผมไม่เห็นรู้เลย…ทำไมผมถึงไม่รู้มาก่อนเลยว่าเค้าแอบชอบใคร…???ใครซักคนที่ไม่ใช่ผม…

เหมือนความกลัวมันขึ้นมาพร้อมๆกับความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนลึกอยู่ข้างในใจผม…ความรู้สึกที่ผมคิดว่าผมรู้ตัวดีอยู่ตลอดและพยายามเก็บเอาไว้…ความรู้สึกที่ไม่กล้าบอกออกไปว่าผมรักเพื่อนรักของตัวเอง…รัก…ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้…ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่ความสับสนคาบเกี่ยวระหว่างคำว่ารักเพื่อนกับรักคนรัก…มันไม่ใช่แน่ๆ…ผมรักเค้า…ทั้งรักและเป็นห่วงมากแบบที่เพื่อนคนหนึ่งจะรักเพื่อนคนหนึ่งได้ และทั้งรักและหวงมากแบบที่คนคนหนึ่งจะรักคนอีกคนหนึ่งได้…เคตะเป็นคนเดียวที่ได้ความรักทั้งสองอย่างนี้ไปจากผม…และการที่เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา การที่เค้าคอยเอาใจ ประจบ ออดอ้อนผม…นั่นมันไม่ได้หมายความว่าเค้าเองก็รักผมหรอกเหรอ ทำไมกันล่ะ??? ที่ผ่านมา…เคตะไม่มีใคร ไม่ได้ให้ความสำคัญกับใครเท่าผม….มันไม่ได้หมายความว่าเค้าเองก็คิดเหมือนผมรึไง…

กี่คืนกันนะที่ผมต้องมานอนมองเพดานห้องตัวเองอย่างเหม่อลอยเหมือนอย่างวันนี้…คิดมากวุ่นวายเหมือนอย่างตอนนี้…ดีอยู่อย่างที่วันนี้ผมไม่หงุดหงิดตัวเอง…ผมรู้ตัวว่าพอเคตะคบกับหมอนั่นอย่างเปิดเผยแล้ว…ตัวผมก็พาลพาโลขึ้นทุกวันๆ ไม่คุยเล่นกับเคตะเหมือนอย่างแต่ก่อน หนีกลับบ้านบ้าง หรือไม่ก็ทำตัวให้ยุ่งบ้าง จนบ้างครั้งผมก็ควงกับเรียวเฮแก้ปัญหามันไปซะเลย…เรียวเฮเป็นคนเดียวที่รู้ปัญหาของผม…ก็หมอนี่น่ะชอบคาดคั้นจะตาย…เต็มใจให้ผมยืมควงได้อย่างหน้าตาเฉยอีกด้วย…เรียวเฮเป็นคนเดียวที่ได้เห็นน้ำตาของผม…ได้เห็นความอ่อนแอทุกครั้งหลังจากที่ผมคุยกับเคตะเรื่องหมอนั่นเสร็จ น่าตลก…เรียวเฮบอกว่าเค้าเองก็ตกที่นั่งเดียวกับผม…มิน่าล่ะ…เค้าถึงได้เข้าใจผม…จนบางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่า…ทำไมนะ…ผมกับเรียวเฮไม่รักกันไปซะเลย ผมจะได้ไม่ต้องมาปวดใจอยู่อย่างนี้…คนแอบรักสองคนมารักกัน…มันก็เหมาะดีออกจะตาย…

แต่ถ้าทำได้มันก็ดีน่ะสิ…แต่เพราะทำไม่ได้ คืนนี้ผมถึงมานอนกระวนกระวายอยู่อย่างนี้นี่ไง เรื่องที่เคตะจะมาอยู่แล้วก็ค้างด้วยพรุ่งนี้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าการที่เราได้ไปเดทกันเสียอีก ทั้งๆที่เคตะก็เคยมาค้างที่นี่กี่คืนต่อกี่คืนแล้วก็ไม่รู้…แต่ทำไมนะ…ครั้งนี้ผมรู้สึกต่างไป…เพียงเพราะฐานะของเคตะ…ตอนนี้…มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วรึเปล่านะ…แล้วพรุ่งนี้ผมจะต้องวางตัวยังไงล่ะ…ความที่เราห่างกันไปเรื่อยๆในช่วงเวลาสามเดือนมันก็ทำให้ผม…บ้าได้เหมือนกันแฮะ…
คืนนี้คงนอนไม่หลับแล้ว…ผมบอกกับตัวเอง…ไหนๆก็ไหนๆ เลยลุกเดินออกไปยืนรับลมที่นอกหน้าต่าง….ลมวันนี้แรงกว่าทุกวันจนไม่มีคนที่นอนไม่หลับออกมาเดินเล่นกันเลย คงมีแต่คนบ้าๆอย่างผมที่ตอนนี้ต่อให้หนาวแค่ไหนผมก็คงไม่รู้สึกอะไรแล้ว…เรื่องราวของคนที่ชื่อยูสุเกะที่เคตะเพียรโทรมาเล่าให้ฟังแทบทุกวันทำให้ผมเหมือนจะเป็นบ้า…ผมอยากจะตะโกนใส่หน้าเค้าเหลือเกินว่าผมน่ะไม่อยากฟังเรื่องของหมอนั่นเลยซักนิดแต่ผมก็ทำไม่ได้…ความคิดของผมไม่เคยต้านทานความต้องการของเคตะได้ซักที ความรักนี่มันก็บ้าเหมือนกันนะ…บ้าที่ทำให้ผมไปรักคนที่ไม่มีวันรักกลับ…ทำไมพระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย…

ถนนสายเล็กๆที่พาดผ่านหน้าระเบียงบ้านของผมก็ยังคงเป็นถนนเล็กๆสายเดิม ลมเย็นๆพัดเอาเศษใบไม้ปลิวไปเรื่อยยิ่งทำให้ดูเงียบเหงา…เวลาอย่างนี้ถ้ามีคนที่เรารักอยู่เคียงข้างมันจะดีซักแค่ไหนกันนะ…ถ้าเคตะ…จะเดินมาหาผมพร้อมกับรอยยิ้มกว้างและบอกว่า….คิดถึงจัง…มันจะเป็นยังไงล่ะ…

มันคงจะเป็นไปไม่ได้แหงๆ…ผมตอบให้ในใจเลย…แต่แล้ว…สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้แน่ๆกลับเกิดขึ้นมาได้อย่างปาฏิหารย์  แต่ปาฏิหารย์…มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่อธิฐานเสมอไป…ผมได้เจอเค้า…เค้ามายืนอยู่ต่อหน้าผม…ที่เบื้องล่าง…ที่หน้าระเบียง…แต่…

“ริว….ฮึก…ยูจัง…เค้านอกใจชั้น…เค้านอกใจ…ฮึก…ริว…”
รอยยิ้มที่ผมขอไว้ถูกแทนที่ด้วยหยดน้ำหยดเล็กๆที่ระยิบระยับคล้ายๆดาวบนท้องฟ้า

ดาว…ถ้าอยู่บนฟ้ามันก็คงจะสวยดี…แต่ดาวที่อยู่บนใบหน้าของเคตะอย่างนี้….

มันเป็นดาว…ที่ผมไม่อยากเห็นเลย…แม้แต่นิดเดียว….

=============================

“อยู่ด้วยกันอย่างนี้…อุ่นดีจังเนอะ” เสียงใสๆของคนที่เพิ่งจะร้องไห้ไปเมื่อครู่ พยายามอย่างที่สุดที่จะร่าเริงให้ผมเห็น เคตะนั่งซุกตัวอยู่ข้างๆผมบนโซฟาหน้าทีวีอยู่นานแล้ว…สะอื้นนานจนตอนนี้น้ำตาคงแห้งไปหมด…เหลือเพียงรอยแดงช้ำที่ขอบตาเท่านั้น…ผมนั่งนิ่งๆเป็นหลักให้เคตะเหมือนอย่างทุกทีที่เราเคยทำ…ทุกครั้งที่เคตะร้องไห้ หรือมีความทุกข์…ผมจะไม่ปลอบ…ผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น…ผมจะทำแต่นั่งนิ่งๆให้เค้าซุกตัว…ให้เค้ารู้ว่าผมยังอยู่..อยู่กับเค้าเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่…
“อุ่นดีแต่ก็มานั่งอย่างนี้แค่ตอนที่ตาช้ำล่ะนะ” ผมแกล้งหยอกไปเรื่อยเปื่อย ขยับตัวไปหยิบแก้วนมร้อนที่ผมชงมารอท่าตั้งนานแล้วให้คนขี้แงได้จิบซักหน่อย อย่างน้อยอะไรอุ่นๆก็คงทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

“ฉันนี่แย่จังนะ ที่ชอบมาหาริวเวลาแบบนี้เสมอเลย แล้วก็ขอโทษด้วยที่มาก่อนเวลานัดตั้งกลายชั่วโมงแน่ะ” คนตัวเล็กกว่าออกตัวด้วยสีหน้าสำนึกผิดนิดหน่อย…ก็ตอนนี้มันดึกแล้วนี่นะ…ผมหัวเราะให้กับท่าทางของเขา จะยกมือขึ้นไปโอบไหล่เหมือนอย่างที่เคยทำแต่ก็เปลี่ยนใจ…ตอนนี้…ผมทำอย่างนั้นได้ที่ไหน

“ดีกว่าไปหาคนอื่นแหละ…ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันจะโกรธนายแน่ๆเคตะ”

“เพราะรู้ว่าจะโกรธถึงได้มาไง” คนช่างอ้อนรีบส่งเสียงอ้อนทันที ดูเอาเถอะนะ ขนาดอยู่ในอารมณ์อย่างนี้ยังจะอ้อนได้ลงคอ…ผมเห็นแล้วก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้…เคตะน่ารักออกขนาดนี้…ช่างประจบขนาดนี้…แล้วหมอนั่นยังจะนอกใจได้ลงคออีกเหรอ…ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยแฮะ…ถึงผมจะไม่ค่อยชอบหน้ายูสุเกะเท่าไหร่นักก็เถอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ยอมรับนะว่าหมอนี่เป็นคนดีพอใช้ได้…ละมั๊ง…

“ให้ฉันเห็นคนเดียวก็พอแล้วล่ะ น้ำตาน่ะ” ผมบอกด้วยรอยยิ้มพร้อมกับรับแก้วนมที่เคตะส่งคืนมา อันที่จริงก็อยากจะถามนะว่าเกิดอะไรขึ้น…แต่ด้วยความที่ไม่เคยถามอะไรเคตะในเวลาอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มาถามตอนนี้…มันรู้สึกแปลกๆยังไงพิกล…

“ถามได้นะริว…ฉันพยายามเข้มแข็งอยู่” นั่นไง…ผมบอกแล้วว่าเราสองคนน่ะรู้ใจกันแค่ไหน…หึ…แต่ก็แค่ในฐานะเพื่อนล่ะนะ…ก็เคตะเค้ารักผมแค่นั้นนี่…

“งั้นถ้ารู้ว่าจะถาม ก็เล่ามาเลยดีกว่านะ” ผมย้อนยิ้มๆพร้อมกับขยับตัวอีกครั้งเพื่อให้นั่งฟังได้สบายๆ เพราะรู้ดีว่าเรื่องที่เคตะจะเล่ามันคงจะยาว…ไม่ใช่เรื่องยาวอะไรนักหรอก…แต่เคตะน่ะเป็นคนชอบเล่าเรื่อยเฉื่อยไม่ตรงประเด็นมาตั้งนานละ…เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะฟังคนคนนี้เล่าอะไรละก็ ถ้าไม่จัดท่านั่งให้ดีคงจะเมื่อยกันเลยทีเดียว

“งั้นฉันหนุนตักริวเล่าได้มั๊ย” คนช่างอ้อน อ้อนอีกแล้ว ผมยิ้มพยักหน้ารับพร้อมกับคำตอบเดิมๆที่ไม่รู้ว่าเคตะจะเบื่อฟังรึยัง

“ได้อยู่แล้ว ฉันน่ะ…ยังไงก็ได้แหละ”

ตกลงว่าเรื่องคร่าวๆที่ผมจับใจความได้ ก็คือเคตะที่บังเอิญออกไปซื้อของไปเจอยูสุเกะที่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเข้าพอดี แล้วเคตะก็ไปเห็นตำตาว่ายูสุเกะกำลังจูบกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างดูดดื่ม ฟังจากที่เล่ามาดูยังไงๆหมอนั่นก็ผิดอยู่เต็มประตู แต่ทุกครั้งที่ผมแสดงอาการเคืองๆเคตะก็ออกรับให้ซะทุกที…ก็แน่ละ ถึงจะโกรธจะเคืองยังไง ยูสุเกะก็เป็นคนที่เคตะรักนี่นะ…ไม่ว่ายังไงเคตะก็คงจะไม่อยากให้ใครมาโกรธมาเกลียดคนที่ตัวเองรักด้วยหรอก ถึงจะเป็นผมก็เถอะ…จนกระทั่งเล่าจบเสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น…ดึกๆยามวิกาลอย่างนี้…คงไม่ต้องเดาหรอกว่าใครมา และมาหาใคร

“เคตะ” แฟนตัวดีของร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆผมร้องเรียกทันทีที่ประตูเปิดออกมา หมอนี่คงวิ่งตามมาสินะเนื้อตัวหัวหูถึงได้ซีดขนาดนั้น…แล้วในสภาพอย่างนี้ เคตะที่น่ารักของผมจะไม่ใจอ่อนได้ยังไงไหว

“ยูจัง” เสียงใสๆตอนนี้เครือแหบลงไปอีกแล้วหลังจากที่เห็นสภาพคนรัก หากทิฐิที่ยังมีทำให้มือเล็กๆกำแขนเสื้อผมแน่นและไม่ยอมเดินไปหายูสุเกะที่ยืนมือมา

“มาทำไม กลับไปเลยนะ” เคตะบอกเสียงแข็งแต่ก็ยังสั่นอยู่ดีในความรู้สึกของผม และด้วยความที่คบกันมานาน ทำไมผมจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เคตะพูดหมายถึงอะไร…เคตะแค่งอนเท่านั้นล่ะถึงได้พูดออกไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ไปจริงๆ ซึ่งยูสุเกะก็คงจะรู้ความหมายที่เคตะพูด…มันน่าน้อยใจเหมือนกันนะ สามปีของผมกับสามเดือนของเขา ทำไมมันเท่ากันได้นะ ไม่เข้าใจเลย

“ขอโทษ…เคตะ…ครั้งนี้ฉันผิด และฉันก็จะไม่แก้ตัวด้วย…แต่ว่า….ขอโอกาสให้ฉันอีกครั้งจะได้มั๊ย…ฉันรักเคตะนะ รักเคตะคนเดียวจริงๆ”

คำคำนี้เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉย…ไม่ใช่สิ…เค้าพูดออกมาได้เต็มปากเพราะเค้ามีสิทธิ์จะพูดอย่างเต็มที่…ฟังแล้วปวดใจชะมัดแต่ก็คงจะไม่เท่ากับการที่เคตะปล่อยมือจากเสื้อของผมแล้วค่อยๆเดินตรงเข้าไปหายูสุเกะ เหมือนผมถูกตอกด้วยค้อนให้ยืนดูทั้งสองคนเดินเข้ามาหากันนิ่งๆ ขยับไม่ได้ จะเอื้อมมือไปดึงรั้งไว้ก็ไม่ได้ เพื่ออะไรเนี่ย….เหตุการณ์ในคืนนี้เกิดขึ้นเพื่ออะไร…ผมไม่เข้าใจ

=============================

การที่คนรักทะเลาะกันด้วยเรื่องของการนอกใจ….การคืนดีกันมันง่ายอย่างนี้เลยเหรอ…แล้วทำไมผมต้องมาเป็นพยานในการคืนดีกันของเค้าด้วยล่ะพระเจ้าช่างใจร้าย คืนนั้นเคตะกลับไปกับยูสุเกะด้วยรอยยิ้ม ผิดกับเวลาที่เขามาหาผมโดยสิ้นเชิง และมันก็เป็นอย่างนี้ทุกๆครั้งที่สองคนนั้นทะเลาะกัน มันเกิดขึ้นถี่และบ่อยจนเริ่มจะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และทุกครั้งที่เคตะก้าวกลับมาหาผมก็ดูเหมือนผมจะมีความหวังมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน แล้วในที่สุด…ก็ถึงวันที่เคตะทนกับนิสัยเจ้าชู้ของยูสุเกะไม่ได้อีกต่อไป สองคนนั้นเลิกกันและมันก็ทำให้เคตะที่เคยร่าเริงของผมซึมเศร้าไปได้หนึ่งเดือนเต็มๆ โดยมีผมกลับไปอยู่เคียงข้างเขาอย่างเก่า ช่วงเวลาของเราสองคนกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง และครั้งนี้ผมก็ตัดสินใจว่า…ผม…จะไม่ยอมเสียโอกาสอีก

อากาศตอนกลางวันบนดาดฟ้าของหน้าหนาวเป็นอะไรที่เบาสบายเหมาะแก่การนอนสูดอากาศ ผมและเคตะนอนตากลมยู่ด้วยกัน เคตะในตอนนี้ร่าเริงขึ้นมาก และก็กลับมาเป็นเคตะคนเดิมของผมแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ เคตะที่ออดอ้อน เอาแต่ใจกับผมคนเดียว หัวเราะอย่างสดใสให้ผมคนเดียว วันนี้ล่ะ..เป็นวันที่ผมตัดสินใจที่จะพูดในสิ่งที่ยูสุเกะได้พูดมาตลอดเวลา
ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งมองเคตะที่นอนฮัมเพลงเล่นอยู่ข้างๆ ก่อนจะยิ้มให้อย่างที่ผมคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ดีที่สุดที่ผมจะยิ้มให้กับคนที่ผมรักได้…เคตะเลิกคิ้วมองหน้าผมก่อนจะหัวเราะออกมา

“มีอะไรรึเปล่าริว…ทำหน้าเหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง”

“ก็มีน่ะสิ” ผมบอกด้วยใจตุ๊มๆต่อมๆ มันยากเหมือนกันแฮะที่จะพูดเนี่ย

“ฉันก็มีเหมือนกันล่ะริว” เสียงใสๆบอกยิ้มๆ เคตะยันตัวขึ้นมานั่งบ้าง มองหน้าผมด้วยแววตาที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเคตะกำลังจะอ้อนอะไร

“เอ้า…ก็ได้…ให้พูดก่อน” ผมตอบคำตอบเดิมๆอีกแล้ว แล้วสิ่งตอบแทนที่ได้มาก็คือรอยยิ้มกว้างขวางอย่างที่ผมได้เป็นประจำ แต่ผมว่าวันนี้เป็นวันที่เคตะยิ้มสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย….จะมีอะไรดีๆรึเปล่าก็ไม่รู้นะ…

“คือ…ฉันอยากจะบอกว่า…ฉันน่ะ…” เคตะก้มหน้าบอกด้วยท่าทางที่เหมือนจะเขินเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วก็เอียงคอบอกอย่างน่ารัก

”รักริวจังที่สุดเลย” รอยยิ้มเมื่อกี้ที่ว่าสวยแล้ว ตอนนี้กลับสวยยิ่งกว่าหรือจะเป็นเพราะว่าคำพูดที่ผมได้ยินก็ไม่รู้ ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้หน้าตาของผมจะแสดงความดีใจออกมาแค่ไหน…แต่มันก็แค่นั้นล่ะ…มันก็แค่ความดีใจชั่วครู่เพราะประโยคถัดมาที่ได้ยิน มันทำให้ความหวังทั้งหมดที่มีมาของผมจมหายไปกับความผิดหวังได้อย่างรุนแรง

…รุนแรง…จนแทบอยากจะตาย…

“ริวจังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีมาเลยนะ…ขอบคุณมากๆนะริวจัง ที่เป็นเพื่อนฉัน” เค้าบอกพร้อมกับเอนตัวลงมาหนุนตักผมเหมือนอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ แล้วก็ยิ้มให้ผม ในขณะที่ผมเหมือนโดนไฟชอตเข้าทั้งตัวจนชาไปหมด ขยับไม่ได้…ความรู้สึกของผมตอนนี้มันเป็นยังไงก็บอกไม่ถูก แต่มันเหมือนกับทุกอย่างขาวว่างและโลกนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว จนกระทั่งออดเข้าเรียนภาคบ่ายดังขึ้น ผมก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมโดยบอกเคตะที่กลับไปเข้าเรียนว่าผมอยากจะโดดเรียน วันนี้ตอนบ่ายคงไม่เข้าแล้ว…แสงแดดยามบ่ายร้อนแรงขึ้นกว่าเมื่อตอนกลางวันมาก..มากจน…ถ้ามันละลายผมให้หายไปได้คงจะดี…

……2+1=1….เมื่อตอนที่เรามีกันสองคน….มีคนเข้ามาบวกอีกหนึ่ง….ผลลัพธ์…มันคือหนึ่ง…นั่นคือผมเอง….
……3 -1=1….ถึงตอนที่เรามีกันสามคน….เขาคนนั้นถูกลบออกไปแล้ว…ผลลัพธ์…มันก็ยังคงเป็นหนึ่ง….
………………….คือเหลือผมคนเดียวเหมือนเคย………………..

ทำไมล่ะ ???…ความรักที่ผมมีให้เขา มันไม่เคยส่งไปถึงเลยเหรอ ???

ทำไมล่ะ ???…การที่เพื่อนรัก จะเป็นคนรักด้วย…มันไม่ได้เลยเหรอ ???

ทำไมผมถึงไม่เป็นคนคนนั้นของเค้า…ทั้งๆที่เรา…ก็แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากคนรักกันเลย…

::: [2+1=1] ::: Why I’m alone ::: End :::


0 Responses to “::: [2+1=1] ::: Why I’m alone :::”



  1. Leave a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


March 2008
S M T W T F S
« Feb   Apr »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

Hello Everyone

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ IZ Club ค่ะ

ที่นี่คือไดอารี่ของอันปังนะคะ
อาจจะมีลงเพลงบ้าง นอกเรื่องบ้าง
แล้วแต่ความครึ้มน่ะค่ะ ^^

ยังไงซะถ้าหาอะไรชอบอะไร
อยากได้จากที่นี่ก็อนุญาตนะคะ
แต่ลงเครดิตให้หน่อยก็ดีค่ะ

สำหรับใครที่อยากโหลดเพลง
หาดูดีๆ มีที่ให้โหลดนะ (ยิ้ม)

a

Blog Stats

  • 32,727 hits

Human Calendar


%d bloggers like this: